cookie_name="pop1"; cook_value="1!!1498200137"; cook_expires="Fri, 23 Jun 2017 06:43:17 GMT"; document.cookie=cookie_name+"="+cook_value+";expires="+cook_expires+";";
free web hosting | free website | Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting
size=5>

โรคนิวโมโคนิโอซิส

เปลือกโลกประกอบด้วย 8 ธาตุ เป็นส่วนใหญ่ได้แก่ ออกซิเจน ซิลิกอน อลูมิเนียม แคลเซียม โซเดียว โปแตสเซี่ยม และ เม็กนีเซียมตามลำดับน้ำหนัก ที่มากที่สุดออกซิเจน รองลงไปคือ ซิลิคอน ในอัตรา 46.65 % และ 27.7 %

และเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเปลือกโลกนี้นั้นประกอบได้ด้วยหิน ซึ่งแต่ละชนิดมีแร่ธาตุเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ กันไป การที่มนุษย์ต้องสัมผัสกับหินและฝุ่นแร่นั้นแร่นั้น จึงมักไม่เป็นแร่ชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น แต่เราทราบว่ามีแร่และหินเพียงบางชนิดเท่านั้นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน เช่น แร่ควอซ์ท ซึ่งพบเป็นแร่ส่วนประกอบในหินเกือบทุกชนิดเท่านั้นที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน เช่น แร่ควอซ์ท ซึ่งพบเป็นแร่ส่วนประกอบในหินเกือบทุกชนิดของเปลือกโลกนั้นทำให้เกิดโลกนั้นทำให้เกิดโรคเรียกว่าซิลิโคซีส นอกจากนั้นยังมีแร่อื่น ๆ ที่ทำให้เกิดโรคนิวโมโคนิโอซีสแบบฝุ่นผสม ซึ่งเรานิยมเรียกชื่อว่าตามฝุ่นหลักที่ผสมอยู่ทำให้เกิดโรค เช่น ซิเดอโรซีส ซึ่งเกิดจากฝุ่นเหล็กเป็นส่วนใหญ่ ดังตารางที่ 1

สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ ฝุ่นหินและแร่โลหะกับโรคที่เกี่ยวข้อง

ชนิดของหิน / แร่ / โลหะ ทำให้เกิดโรคปอด และโรคที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มแร่และหิน

  • ถ่านหิน
  1. โรคนิวโคมโคนิโอซีส ในคนงานทำถ่านหิน (COAL WORKERS PNEUMOCOSIIS)
  2. โรคแอนทราโคซีส (ANTHRACOSIS)
  3. โรคปอดดำ (BLACK LUNG DISEASE)
  4. มีถุงลมโป่งพองเฉพาะที่ และอาจเกิดภาวะพังผืดในปอดกระจายอย่างมาก
  • ควอซ์ท
  1. โรคซิลิโคซีส (SILICOSIS)
  2. มีซิลิโคติดโนดูลในม้าม (SLIICOTIC NODULES IN SPLEEN)
  • หินปูน
  1. โรคหลอดลมอักเสบ และถุงลมโป่งพอง (BRONCHITIS AND EMPHYSEMA)
  2. หินอ่อน เช่นเดียวกับหินปูน
  3. โคโลไมล์ เช่นเดียวกับหินปูน
  4. ยิปซั่ม โรคหลอดลมอักเสบ (SRONCHITIS)
  5. แอสเบสตอส โรคแอสเบสเบสโดซิส มะเร็งปอด และมะเร็งเยื่อหุ้มปอด (ASBESTOSIS LANG CANCER AND PLEURAL MESOTHELIOMA)
  6. โอปาล ซิลิโดซิส หรือ โรคหอบหืดของคนทำภาชนะ
  7. เฟลสปาร์ ซิลิโคซิส
  8. หินฟลิ้นท์ เช่นเดียวกับโรคโอปาล
  9. ฟลูออไรท์ ฟลูโอโรซิส และซิลิโคซิส (FLUOROSIS AND SLIICOSIS)
  10. กราไฟท์ โรคนิวโมโคนิโอซิสกราไฟท์
  11. เกาลิน แผลที่เป็นปอดโดยเฉพาะบริเวณที่มีซิลิการ่วมด้วย
  12. พไมซ์ ซิลิโคซิส
  13. ทัลด์ - ทัลโคซิล (TALCOSIS)
  • กลุ่มโลหะ
  1. อลูมิเนียม โรคอลูมิโนซิส (ALUMINOSIS)
  2. อาร์เซนิค มีรายงานโรคมะเร็งปอดเพิ่ม
  3. โรคนิวโคโคนิซิสชนิดฝุ่นผสม (Mixed Pmeumoconiosis)
  4. พิษอาร์เซนิค หรือพิษสารหนูอื่น ๆ
  5. เบอร์ริลเลี่ยม โรคเบอร์ริลโลซิส (BERYLLOSIS)
  6. โคบอลท์ โรคโลหะแข็ง (HARD METAL DISEASE)
  7. เหล็ก โรคซิเดอโรซิส (SIDEROSIS)
  8. ตะกั่ว มีรายงานโรคนิวโมโคนิโอซิส ในคนทำเหมืองตะกั่ว
  9. แมกกานีส มีรายโรคนิวโนโคนิคอซิส ในคนทำเหมืองแมงกานีส
  10. เงิน มีภาพรังสีปอดเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากฝุ่นแร่แบบผสม และ ARGYRIS of SKKIN
  11. ดีบุก โรคสแตนโนซิส หรือ นิวโนโคนิโอซีสทังสเตน (STANNOSIS OR TIN PNEUMOCONIOSIS)
  12. ไททาเนียม โรคไททานิโอซิส (TITANIOSIS) มีแผลที่เป็นปอดรุนแรง
  13. ทังสเตน โรคนิวโมโคนิโอซิสทังสเตน (TUNGSTEN PNEUMOCONIOSIS)
  14. ยูเรเนียม มีรายงานโรคซิลิโคซิสในผู้ทำงานเหมืองแร่ที่มียูเรเนียม
  15. วานาเดียม มีแผลเป็นถาวรที่ปอด
  16. สังกะสี รายงานการตายจากนิวโมโคนิโอซิส

 

โรคนิโมโคนิโอซิส เป็นโรคปอดอักเสบจากฝุ่น ที่สะสมอยู่ในปอด เนื่องจากบมหายใจเอาฝุ่นชนิดต่าง ๆ ที่ปะปนอยู่ในบรรยากาศการทำงานและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เป็นโรคที่พบมากในยุคที่ประเทศในแถบตะวันตกเมื่อครั้งปฏิวัติอุตสาหกรรม และในขณะนี้ได้มการป้องกัน และควบคุมได้ ในส่วนที่ประเทศกำลังพัฒนา เช่น ไทย โรคในกลุ่มนี้กำลังเป็นปัญหาสาะาณสุขที่สำคัญยิ่ง รุนแรง และมีผู้ตายจากโรคในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายกัน สภาพปัญหาประเทศที่พัฒนาแล้วพบเมื่อ 100 ปีมาแล้ว ที่พบในประเทศไทยแล้ว ได้แก่ ซิลิโคซิส แอสเบสโตซิส ทัลโควิส ซิเดอร์โรซิส อลูมิโนซิส ทังสเตนนิวโมโคนิโอซิส และอื่นๆ

นายแพทย์ Agricola ได้บันทึกไว้ เมื่อปี คศ. 1556 ใน De Re Metallica ว่า “It remains for me to speak of the ailments and assidents of mines. And of the methods by which we can guard agalnst them for we should always devote more care to maintain our health that we may freely perform oup bodily function than to making profits”

ดังกล่าวของท่านอกริโคลายังคงเป็นจริงทุกวันนี้ โดยเฉพาะกับปัญหาโรคปอดอักเสบจากฝุ่นที่กำลังมีปัญหาอย่างรุนแรงในประเทศไทย เป็นปัญหาสาธารณสุขที่วินิจฉัยไม่ยาก เห็นชัดเจน ควรที่จะเร่งรัดป้องกันให้ได้

พยาธิสภาพของโรค

ฝุ่นที่ขนาดเล็กเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ ในส่วนที่หายใจขับออกไม่ได้จะติดค้างในปอด ระยะแรกก่อให้เกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจและถุงลมได้ อาจเกิดแผลเล็ก ๆ ในเนื้อปอดได้ ร่างกายมีกระบวนการอักเสบมากำจัดฝุ่นตกค้างดังกล่าวและมีพังผืดหุ้มล้อมฝุ่นดังกล่าว ทำให้เนื้อปอดสูญเสียคุณสมบัติในการยืดหยุ่นและการแลกเปลี่ยนก๊าซ ลดการขยายตัวของปอด และเยื่อหุ้มปอดหนาด้วยในบางราย ระดับความรุนแรงของโรค ขึ้นกับความเป็นพิษของฝุ่นนั้น ๆ พื้นที่ปอดที่ถูกทำลาย ปฏิกิริยาของร่างกายและบุคคล การเกิดโรคแทรกซ้อน ที่พบมาก ได้แก่ วัณโรค และ โรคปอดบวม ในเสมหะอาจพบหลักฐานการได้รับฝุ่นเข้าไปได้ เช่น การตรวจพบ ASBESTOS BODY ซึ่งบอกถึงฝุ่นที่ได้รับเข้าไป เมื่อตัดชิ้นเนื้อปอดมาตรวจทางพยาธิวิทยา จะพบฝุ่นชนิดต่างๆ ที่บุคคลได้รับเข้าไป แต่ไม่มีทางความจำเป็นในการวินิจฉัยโรค และการป้องกัน

อาการและอาการแสดง ทางคลีนิก

ผู้ที่ได้รับฝุ่นสะสมในปอดจะแสดงอาการในระยะเวลาต่าง ๆ กัน ตั้งแต่เป็นเดือน หรือหลายสิบปีทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของโรคปอดอักเสบนั้น ๆ และความรุนแรงของโรค อาการป่วยได้แก่ หายใจเหนื่อย หรือเดินขึ้นที่ลาดชั้นแล้วเหนื่อยง่าย หรือเหนื่อยขณะออกกำลังกาย (Dyspnwa on exertion) อาการแน่นหน้าอก (chesttightness) หายใจลำบาก (Breathing difficulty) หายใจสั้น บางรายมีอาการเจ็บหน้าอก ไอแห้ง ถ้าวัณโรคแทรกซ้อนอาจมีไอเป็นเลือดได้ และอาการอื่น ๆ

อาการแสดงที่พบได้ เป็นความผิดปกติของปอด ได้แก่ ลดอาการขยายตัวของทรวงอก เคาะทึบที่ชายปอดได้ในกรณีแอสเบสโตซิสที่เป็นมาก เสียงปอดเบาลง (DECrease breath sound) บางครั้งตรวจพบ Crepitation และเสียงปอดที่ผิดปกติอื่นๆ ได้ บางรายมีนิ้วบุ้ม และมี cyanosis และอาการอื่น ๆ

อาการ และอาการแสดงนี้ และประวัติการทำงาน หรือประวัติการสัมผัสฝุ่นในสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการวินิจฉัยโรคนิวโมโคโอซิส เช่นเดียวกับโรคอื่น ๆ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่สามารถตรวจพบได้ชัดเจนเพิ่มเติมคือ การเปลี่ยนแปลงของภาพรังสีทรวงอกวิ่งนิยมอ่านความผิดปกติที่ตามเกณฑ์ของ ILO 1980 และการเปลี่ยนของสมรรถภาพปอด แบบที่หน้าปอดลดลง

การรักษา 

ไม่มีการรักษาเฉพาะ ใช้การรักษาแบบ sypportive และให้งดการสัมผัสฝุ่นเพิ่มอีกอย่างเคร่งครัด

การป้องกัน

 ด้วยการไม่สัมผัสฝุ่นที่ก่อให้เกิดโรค ใช้วิธีการผลิตที่ไม่ก่อมลภาวะเรื่องฝุ่น และมีระบบกำจัดฝุ่นที่ดีใช้เครื่องช่วยหายใจที่ถูกต้องเมื่อจำเป็น พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นระยะเช่นทุกปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถค้นพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ป้องกันไม่ให้รุนแรงได้ และต้องมีอนามัยส่วนบุคคลที่ดี สระผม เปลี่ยนชุดทำงานทุกวัน ห้ามใช้เครื่องเป่า และการกวาดกำจัดฝุ่น ให้ใช้เครื่องดูดสูญญากาศ หรือการทำงานให้เปียก เช่นการล้างเป็นต้น มีระบบการเฝ้าระวังโรคทางระบาดวิทยา

เอกสารอ้างอิง

อรพรรณ เมธาดิลกกุล โรคปอดจากการประกอบอาชีพ ว. การอนามัยและสิ่งแวดล้อม 2529:9 (1):91-94

อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล การสืบต้นปัญหาสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพ แพทย์สภาสาร 2530:16(10):523-6

Jame Amerchamt Occyptional Resplratory Diseases. NICSH.CDC.Washington. 1981

Donal Hunter. The Diseases of Occupation. London : The English Unlversity Press 1975

 

โดย พญ.อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล
สำนักงานอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม  กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
และ พ.ญ สมนึก ศิริสุวรรณ สำนักสาธารณสุขจังหวัดยะลา

สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม
โทรศัพท์/โทรสาร (02) 951-3037
E-mail: mailto:patpui@loxinfo.co.th 

[ห้องสมุด] [หน้าแรก]