free web hosting | website hosting | Business Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

สารบัญ

       หน้า

วัตถุระเบิด                                                                                                                     1

วัตถุระเบิดให้พลังงาน                                                                                                            1

1. วัตถุระเบิดกระตุ้น                                                                                                  2

2. อันตรายจากวัตถุระเบิด                                                                                             2

3. การป้องกันอันตรายจากวัตถุระเบิด                                                                           3

3.1 บททั่วไป                                                                                                     3

3.2 การเก็บวัตถุระเบิด                                                                                        4

                        ตารางที่ 1 ระยะห่างในการเก็บวัตถุระเบิด                                                   6

3.3 การขนวัตถุระเบิด                                                                                         8

3.4 การนำวัตถุระเบิดไปใช้                                                                                 9

3.5 การเจาะรูระเบิด                                                                                           10

3.6 การบรรจุรูระเบิด                                                                                          10

3.7 การทำไพรเมอร์โดยใช้แก๊ปไฟฟ้า                                                                  11

                        ตารางที่ 2 ระยะห่างจากเครื่องวิทยุ                                                          12

3.8 การจุดระเบิด                                                                                               12

3.9 การตรวจสอบหลังจากการจุดระเบิด                                                               13

3.10 ระเบิดด้าน                                                                                                         13

3.10.1 ข้อที่ควรระวังทั่ว ๆ ไป                                                                  14

3.10.2 การตรวจดูบริเวณระเบิด                                                               14

3.10.3 วิธีปฏิบัติทั่วไป                                                                             15

3.10.4 วิธีป้องกันไม่ให้ระเบิดด้าน                                                      15

                                     1. เมื่อใช้แก๊ปและสายชนวน                                                    16

                                    2. เมื่อใช้แก๊ปไฟฟ้า                                                                  16

3.11 วิธีทำลายวัตถุระเบิด                                                                           17

4 ข้อกำหนดเกี่ยวกับวัตถุระเบิดตามพ.ร.บ. แร่                                                              19


 

คู่มือความปลอดภัยในการใช้วัตถุระเบิดงานเหมืองแร่

 

  1. บทนำ

วัตถุระเบิดที่ใช้ในทางการค้าและอุตสาหกรรม ได้แก่ งานโยธา  งานเหมืองแร่และเหมืองหิน และงานพิเศษอื่นๆที่ไม่ใช่เพื่อการทหาร สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ตามคุณสมบัติในการใช้งาน ความยากง่ายในการระเบิดและตามกฎหมายควบคุมการขนส่งซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความไวในการระเบิดของสารระเบิด หรือวัตถุระเบิดชนิดนั้นๆ  การใช้งานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดนั่นมีอันตรายในการใช้งาน

ในอดีตที่ผ่านมา ได้มีอันตรายและอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการ เก็บ การขนส่ง และการใช้วัตถุระเบิด ทำให้เกิดการสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ของผู้ที่เกี่ยวของกับวัตถุระเบิดจำนวนมาก ทั้งในเหมืองแร่ โลหะและอโลหะทั้งเหมืองเปิดและเหมืองใต้ดิน รวมถึงผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการขนส่งวัตถุระเบิดและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวของอื่นๆ มาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับวัตถุระเบิดนี้เป็นข้อ ปฏิบัติล่าสุดที่ใช้บังคับที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันอันตรายขั้นพื้นฐานทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นจาก การเก็บรักษา การขนส่ง การจับต้อง และการใช้วัตถุระเบิดที่ปราศจากการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย

คำจำกัดความต่างๆ

มีคนเฝ้า (Attended) หมายถึงมีผู้รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวของเข้าถึงวัตถุระเบิดได้

สิ่งปิดกั้นหรือที่กำบัง (Barrier) หมายถึงวัสดุ สิ่งของ หรือเครื่องมือ ที่ใช้ในการปิดกั้นสิ่งของสองสิ่งออกจากกันและสามารถมองเห็นได้ชัดเจน เช่นป้ายเตือน วัสดุรูปทรงกรวย หรือแถบเทปเป็นต้น

เขตทำการระเบิด (Blast area) หมายถึงบริเวณที่คลื่นกระแทก หินหรือวัสดุอย่างอื่นที่ปลิวกระเด็น รวมทั้งก๊าซที่เกิดจากการระเบิด อาจทำอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ การพิจารณาขอบเขตของเขตทำการระเบิด ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ดังนี้

-ลักษณะธรณีวิทยาของวัสดุที่จะทำการระเบิด

-รูปแบบการเจาะและการอัดระเบิด

- ระยะระหว่างแถว ระยะระหว่างรูระเบิด ขนาดและมุมเอียงของรูระเบิด

- ประสบการณ์ของผู้เจาะอัดและต่อวงจรระเบิด

- ระบบการถ่วงเวลาของการจุดระเบิด ปริมาณวัตถุระเบิดต่อปริมาณหิน และปริมาณวัตถุระเบิดที่จุดระเบิดพร้อมกันมากที่สุดต่อหนึ่งจังหวะถ่วงของการจุดระเบิด

- ชนิดและปริมาณของวัตถุระเบิดที่ใช้

- ชนิดและปริมาณของวัสดุที่ใช้ปิดปากรูระเบิด

หน้างานระเบิด คือบริเวณที่มีการเจาะและการอัดระเบิด และบริเวณโดยรอบทุกทิศทางในรัศมี 50 ฟุตหรือประมาณ 15 เมตร หรือบริเวณโดยรอบทุกทิศทางในรัศมี 30 ฟุตหรือประมาณ 9 เมตรในกรณีที่มีสิ่งปิดกั้น (Barrier)

สารระเบิด (Blasting agent) หมายถึงแอมโมเนียมไนเตรทหรือส่วนประกอบของวัตถุระเบิดชนิดอื่นที่ไม่จัดเป็นวัตถุระเบิดตามคำจำกัดความของกรมการขนส่งของสหรัฐอเมริกา

สายชนวนระเบิด (Detonating cord) หมายถึงวัตถุระเบิดแรงสูงที่มีลักษณะเป็นเส้นคล้ายเส้นเชือกภายในบรรจุด้วยดินระเบิดแรงสูงซึ่งสามารถใช้ในการจุดระเบิดวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดอื่นได้ เชื้อปะทุ (Detonator or caps) หมายถึงวัตถุระเบิดที่ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับจุดระเบิด มีหลายชนิดเช่นเชื้อปะทุชนิดธรรมดา เชื้อปะทุที่จุดระเบิดโดยใช้ไฟฟ้า ทั้งที่มีและไม่มีระบบการถ่วงเวลา และเก็บวัตถุระเบิด

วัตถุระเบิดชนิดหนืด (Emulsion) ถึงวัตถุระเบิดทีประกอบด้วยสารเคมีตัวให้ออกซิเจนจำนวนมากที่ละลายอยู่ในหยดน้ำเล็กๆ ล้อมรอบด้วยสารเคมีที่เป็นเชื้อเพลิงซึ่งไม่ละลายน้ำ

วัตถุระเบิด (Explosive) หมายถึงสารเคมีชนิดที่แบ่งแยกโดยกรมการขนส่งของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นวัตถุระเบิด

จุดลุกไหม้ (Flash point) หมายถึง อุณหภูมิต่ำสุดที่ซึ่งสามารถทำให้เกิดการลุกไหม้ของไอระเหยของของเหลว ไอระเหลยดังกล่าวจะรวมตัวกับอากาศที่บริเวณผิวหน้าของของเหลวและลุกไหม้ไฟได้เมื่อมีปริมาณและอุณหภูมิที่เหมาะสม

สายจุดระเบิด (Igniter cord) หมายถึงอุปกรณ์สำหรับจุดระเบิดสายชนวนธรรมดา  มีลักษณะ คล้ายสายชนวนแต่อัตราการเผาไหม้ไปตามความยาวของสายเร็วกว่ามาก สามารถติดไฟได้อย่างต่อเนื่อง

ฝาผนังชนิดพิเศษหลายชั้น (Laminated partition) หมายถึงฝาผนังที่กันระหว่างห้องซึ่งประกอบด้วยไม้อัดหนาครึ่งนิ้ว แผ่นยิปซัมหนาครึ่งนิ้ว เหล็กกล้าคารบอนต่ำหนา 1/8 นิ้ว และไม้อัดหนา ¼ นิ้วตามลำดับ เชื่อมติดกันอยู่เป็นเนื้อเดียวกันด้วยกาว ใช้สำหรับเป็นผนังพาหนะที่ใช้ขนส่งวัตถุระเบิด

การอัดระเบิด (Loading) หมายถึงการบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิดหรือบรรจุเอาไว้รอบๆหรือตรงกลางสิ่งที่ต้องการจะทำการระเบิด

สถานที่เก็บวัตถุระเบิด (Magazine) หมายถึงสถานที่ที่มีลักษณะป้องกันกระสุน ป้องกันการโจรกรรม กันน้ำและมีการระบายอากาศที่ดีใช้สำหรับเก็บวัตถุระเบิด และเชื้อปะทุ

ระเบิดด้าน หมายถึงวัตถุระเบิดทั้งหมดหรือบางส่วนที่ไม่ระเบิดภายหลังการจุดระเบิดด้วยเชื้อปะทุแล้ว และหมายถึงเชื้อปะทุที่ไม่ระเบิดหลังการจุดระเบิดแล้วด้วย

อุปกรณ์ดับเพลิงชนิดสารเคมีแห้งอเนกประสงค์ (Multipurpose dry-chemical fire extinguisher) หมายถึง อุปกรณ์ดับเพลิงที่จัดอยู่ในระดับไม่น้อยกว่า 2-A:10-B:C และประกอบด้วยสารเคมีชนิดแห้งปริมาณไม่น้อยกว่า 4.5 ปอนด์ หรือ 2 กิโลกรัมขึ้นไป

ไพรเมอร์ (Primer) หมายถึงหน่วยของชุดวัตถุระเบิดที่ประกอบขึ้นด้วยเชื้อปะทุ และวัตถุระเบิดเพื่อใช้สำหรับจุดระเบิดวัตถุระเบิดแรงสูงชนิดอื่นหรือเพื่อการจุดระเบิดสารระเบิด

เครื่องตัดไฟนิรภัย (Safety switch) หมายถึงอุปการสำหรับตัดไฟที่อยู่ระหว่างวงจรระเบิดกับแหล่งพลังงานที่จะให้กระแสไฟฟ้าต่อวงจรระเบิด

วัตถุระเบิดชนิดเหลวหนืด (Slurry) หมายถึงวัตถุระเบิดที่ประกอบด้วยของเหลว สารเคมีให้ออกซิเจน (oxidizers) สารเคมีที่เป็นเชื้อเพลิง และวัสดุเหลวชนิดข้น (thickener)

อาคารสำหรับเก็บวัตถุระเบิด (Storage facility) ส่วนประกอบของโครงสร้างทั้งหมดของตัวอาคารที่ใช้สำหรับเก็บวัตถุระเบิดหรือสารระเบิดตามประกาศของกรมการขนส่งของสหรัฐเมริกา

วัตถุระเบิดชนิดเจลน้ำ (Water gel) หมายถึงวัตถุระเบิดที่ประกอบด้วยส่วนประกอบของน้ำ สารเคมีให้ออกซิเจน (oxidizers) สารเคมีที่เป็นเชื้อเพลิง และสารเคมีที่มีลักษณะเป็นกาวเชื่อมวัสดุต่างๆเข้าด้วยกัน (Cross-linking agent)

 

    อันตรายจากวัตถุระเบิด

อันตรายจากวัตถุระเบิดมีดังนี้

1.   เกิดการระเบิดขึ้นเองโดยปัจจัยจากภายนอก ขณะทำการจัดเก็บ และขนส่ง มีการกระแทก การขัดสี แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่ควรระมัดระวังปัจจัยจากภายนอกได้แก่ ความร้อนของอากาศ ไฟฟ้าสถิตในอากาศ ไฟไหม้ ความประมาทหรือเลินเล่อของเจ้าหน้าที่

2.   เกิดจากการนำวัตถุระเบิดที่เสื่อมสภาพแล้วนำไปใช้ จำเป็นต้องกู้วัตถุระเบิด

3.   เกิดจากการระเบิดเองขณะต่อวงจรระเบิดเสร็จแล้ว มีปัจจัยภายนอกได้แก่ ไฟฟ้าสถิต กระแสไฟฟ้าตกค้าง การเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กจากไฟฟ้าแรงสูง ฟ้าผ่า เครื่องรับ-ส่งวิทยุ มือถือ และสถานีวิทยุ คลื่นโทรทัศน์

4.   ฝุ่นหินปลิว คลื่นอากาศอัดรุนแรง แรงสั่นสะเทือนจากการระเบิด ซึ่งมีผลต่อบุคคลและอาคารที่อยู่อาศัยใกล้เคียง

5.   วิธีการระเบิดที่ไม่ปลอดภัย เช่น สายชนวนเวลาสั้นเกินไป ใช้หม้อจุดที่มีแรงดันน้อยเกินไป

6.   การแก้ไขดัดแปลงวัตถุระเบิดโดยขาดความรู้ความเข้าใจในตัววัตถุระเบิดนั้น

  1. วัตถุระเบิด (Explosive)

ในงานเหมืองแร่มีความจำเป็นต้องใช้วัตถุระเบิดเพื่องบดย่อยหินแข็งหรือดินแข็งให้แตกหักจนรถตักหรือรถขุดสามารถตักขนย้ายมายังโรงย่อยหรือโรงแต่งแร่ได้

วัตถุระเบิดแบ่งไว้เป็น 4 กลุ่มใหญ่  คือ

1.วัตถุระเบิดแรงต่ำ

2.วัตถุระเบิดชักนำหรือวัตถุระเบิดที่ใช้ในการกระตุ้นให้เกิดการระเบิด

3.วัตถุระเบิดแรงสูงที่เป็นวัตถุระเบิดหลัก

4. สารประกอบระเบิด

 

1.วัตถุระเบิดแรงต่ำ (Low Explosive)  คือวัตถุระเบิดที่ไม่ให้ช็อกเว็บ (Shock wave) ขณะที่ระเบิด เช่นดินดำ(Black Powder)  วัตถุระเบิดแรงต่ำจะถูกกระตุ้นให้ระเบิดได้ โดยการจุดไฟ

2.วัตถุระเบิดชักนำหรือวัตถุระเบิดที่ใช้ในการกระตุ้นให้เกิดการระเบิด (Initiating Explosive or Primary High Explosive) คือวัตถุระเบิดที่ใช้สำหรับเป็นวัตถุระเบิดชักนำ ได้แก่ Lead Azide, Lead Styphnate, Mercury Fulminate, PENT, RDX เป็นต้น เป็นวัตถุระเบิดที่ใช้ทำเชื้อปะทุเพื่อจุดระเบิดแรงสูง

2.1 แก๊ปธรรมดา (Plain Detonator) ทำขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับสายชนวนธรรมดา ใช้จุดกระตุ้นระเบิดแอมโมเนียมไนเตรท(ANFO) ที่บรรจุอยู่ในรูขนาดเล็ก โดยไม่ต้องใช้ไดนาไมต์ ในขณะที่จุดระเบิดเมื่อเปลวไฟจากสายชนวนวิ่งมาถึงปลายสุดก็จะจุดให้ เอ.เอส.เอ. ลุกไหม้และเกิดการระเบิด แรงระเบิดนี้จะชักนำให้ประจุล่างซึ่งเป็นวัตถุระเบิดแรงสูงเกิดการระเบิด ช็อกเว็ปจากการระเบิดของประจุล่างนี้  จะชักนำให้วัตถุระเบิดแรงสูงอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ แก๊ประเบิดตามไปด้วย

2.2 แก๊ปไฟฟ้า (Electric Detonator) แก๊ปไฟฟ้าจะระเบิดเมื่อมีกระแสไฟฟ้าในปริมาณเพียงพอวิ่งผ่านเส้นลวดความต้านทานซึ่งฝังอยู่ในหัวจุด (fuse head) ของแก๊ป  เกิดการเผาตัวของเส้นลวดความต้านทานเมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่านเป็นเครื่องจุดหัวจุดให้ลุกไหม้แทนการใช้สายชนวน ส่วนเปลวไฟจากสายชนวนจุดให้เอ.เอส.เอ.ลุกไหม้คล้ายกับแก๊ปธรรมดา

2.3 แก๊ปไฟฟ้าจังหวะถ่วง หรือแก๊ปถ่วงเวลา (Electric Delay Detonator) แก๊ปประเภทนี้คล้ายคลึงกับแก๊ปไฟฟ้าประเภทที่กล่าวมาแล้ว ยกเว้นมีสารที่เผาไหม้ช้าเพื่อถ่วงเวลาคั่นอยู่ระหว่างหัวจุด และ เอ.เอส.เอ. หัวจุดที่ทำด้วยสารที่เผาไหม้รุนแรงกว่า และเมื่อไหม้ไฟก็จะไม่มีก๊าซ หรือควัน เพื่อป้องกันไม่ให้ก๊าซดันหลอดแตกเสียก่อนที่เปลวไฟจะวิ่ง ๆ ไปถึง เอ.เอส.เอ. จังหวะถ่วงของแก๊ปนี้มี 2 ประเภท คือ ประเภทที่มีช่วงเวลาของการระเบิดต่างกันเบอร์ละครึ่งวินาที (half-second delay) และประเภทที่เว้นช่วงเวลาสั้นคือ คิดเป็น  1/1000 ของวินาที (เช่น 0.125 วินาที)  ซึ่งมีชื่อเรียกว่า มิลลิเซ็คกันดีเลย์ (millisecond delay)  หรือช็อรตดีเลย์ (short delay)  สารที่ใช้เผาเพื่อถ่วงเวลา (delay element) แต่ปัจจุบันนี้มีผู้นิยมใช้แพร่หลายมาก จากการระเบิดโดยใช้แก๊ปจังหวะถ่วงที่ผ่านมา พบว่าระยะการถ่วงเวลาที่ทำให้ได้ผลการระเบิดที่ดี มีระยะการถ่วงเวลาระหว่างรูต่อรู 10ถึง 60 มิลลิเซ็คคัน

            3.วัตถุระเบิดแรงสูงที่เป็นวัตถุระเบิดหลัก (Secondary High Explosive or Main Charge)    คือสารที่ให้ ช็อกเว็บขณะที่ระเบิด เช่น ไดนาไมต์ Watergel, Emulsion Explosive, TNT และ ANFO และสายชนวนระเบิด เป็นต้น วัตถุระเบิดแรงสูง มักจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการระเบิดได้ด้วยแก๊ปเบอร์ 6 หรือการกระแทกอย่างแรงจนเกิดเป็น ช็อกเว็บ เช่น การถูกยิงด้วยกระสุนปืน การถูกฟ้าผ่า เป็นต้น แต่วัตถุระเบิดแรงสูงไม่สามารถกระตุ้นให้ระเบิดได้โดยการจุดไฟ จะต้องมีแก๊ปหรือวัตถุที่สามารถผลิตช็อกเว็บกระตุ้นให้มีการระเบิด อย่างไรก็ตามกฎหมายมักมีความเข้มงวดในการควบคุม การขนส่งวัตถุระเบิดแรงสูง เป็นพิเศษ กว่าสารประกอบระเบิด

3.1 วัตถุระเบิดประเภท เจลน้ำ (Watergel) มีส่วนประกอบสำคัญคือ Ammonium Nitrate และน้ำประมาณ 10-30 % นอกจากนั้นจะมีเชื้อเพลิงที่เป็นสารอินทรีย์ สารประกอบคาร์บอน ผงอลูมิเนียม หรือ วัตถุระเบิดแรงสูงชนิดอื่นเช่น TNT วัตถุระเบิดประเภทนี้หากนำมาทำให้มีความไวต่อการจุดระเบิดด้วยเชื้อปะทุหรือจุดระเบิดด้วยวัตถุระเบิดแรงสูงที่เป็นได้ง่ายเรียกว่าวัตถุระเบิดชนิดเหลวหนืด (Slurry Explosive) วัตถุระเบิดชนิดนี้มีชื่อทางการค้าได้แก่ Powergel, Magnum

3.2 วัตถุระเบิดแบบหนืด (Emulsion Explosive) มีส่วนประกอบสำคัญคือสารละลายของ Ammonium Nitrate และสารให้ออกซิเจนชนิดอื่นกับขี้ผึ้งปิโตรเลียม น้ำมันเชื้อเพลิง และผงละเอียดของโลหะอลูมิเนียมซึ่งทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงและสารเร่งปฏิกิริยาของวัตถุระเบิด นอกจากนี้วัตถุระเบิดชนิดนี้จะมีฟองอากาศขนาดเล็กผสมอยู่ระหว่างสารให้ออกซิเจนและเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอเรียกว่า Micro balloons ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนสารเร่งปฏิกิริยาของวัตถุระเบิดเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแก๊ปโพรงอากาศเล็กๆเหล่านี้จะถูกอัดตัวจนมีความร้อนและความดันสูงทำให้มีการระเบิดขึ้นเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่

             4. สารประกอบระเบิด (Blasting Agent) ได้แก่สารประกอบที่ใช้ในการผลิตวัตถุระเบิดแรงสูง หรือวัตถุระเบิดแรงสูงบางชนิด ที่จุดระเบิดได้ยากเช่น แอมโมเนียมไนเตรท Ammonium nitrate จัดเป็น สารระเบิด (Blasting Agent) เนื่องจาก แอมโมเนียมไนเตรทที่ยังไม่ได้ผสมกับน้ำมันดีเซลจะไม่สามารถกระตุ้นให้ระเบิดได้ จึงมีความปลอดภัยในการขนส่งมากกว่า ส่วนผสมของแอมโมเนียมไนเตรทกับน้ำมันดีเซลที่เหมาะสมคือที่อัตราส่วน 94 : 6 โดยน้ำหนัก

 

  1. ความปลอดภัยในการใช้วัตถุระเบิด

 

3.1 ความปลอดภัยทั่วไป

1.   การจับ ขนย้ายหรือการใช้วัตถุระเบิด ควรกระทำภายใต้การควบคุมของผู้ที่มีความรู้และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการระเบิดมาแล้วเป็นอย่างดีเท่านั้น

2.   การเจาะระเบิดทุกครั้งต้องมีรายงานการเจาะระเบิดตามแบบที่หน่วยงานของรัฐกำหนดและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อการตรวจสอบได้ตลอดเวลา

3.   ไม่ควรให้บุคคลที่ไม่มีสมรรถภาพพร้อมที่จะทำงาน กระทำการใดที่เกี่ยวข้องกับการระเบิด เช่น มึนเมา เสพยาเสพติด

4.   มีการควบคุมอย่างใกล้ชิดและต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

5.   อย่าจัดวางวัตถุระเบิดไว้โดยไม่เลือกที่ หรือวางไว้ในที่เก็บโดยไม่ใส่กุญแจ เด็กหรือผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องอาจเข้าไปจับต้องหรือหยิบฉวยได้

6.   อย่างทิ้งวัตถุระเบิดหรือลังเปล่าไว้ในที่ซึ่งสัตว์เลี้ยงอยู่เพราะสัตว์เลี้ยงอาจเข้าไปกัดกินหรืองัดแงะได้

7.   เมื่อใช้วัตถุระเบิดหมดแล้วให้ทำลายลังเปล่าเสีย

8.   ห้ามยิงปืนเข้าในวัตถุระเบิดหรือยิงปืนในบริเวณที่เก็บวัตถุระเบิด

9.   ห้ามทิ้งวัตถุระเบิดไว้ตามที่ต่าง ๆ ให้ทำลายทิ้งตามวิธีการที่ผู้ผลิตแนะนำ

10. ห้ามใช้วัตถุระเบิดที่เสื่อมคุณภาพหรือชำรุด หากพบว่าเสื่อมคุณภาพหรือชำรุดต้องรายงานให้ผู้ควบคุมทราบ

11. ห้ามพกวัตถุระเบิดหรือแก๊ปไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง

12. ห้ามใช้วัตถุระเบิดที่เปียกน้ำจนชุม ถึงแม้จะผึ่งให้แห้งแล้วก็ตาม

13. ห้ามนำวัตถุระเบิดที่กำหนดให้ใช้สำหรับเหมืองถ่านหินชนิดพิเศษ หรือดินดำลงไปในเหมืองหรือในบริเวณที่ชื้นแฉเกินจำนวนที่ต้องการใช้ เพราะวัตถุระเบิดเหล่านี้จะเสื่อมคุณภาพเร็วมากในบริเวณที่มีอากาศชื้น

14. สำหรับเหมืองถ่านหิน ให้ใช้วัตถุระเบิดที่กำหนดให้ใช้สำหรับเหมืองถ่านหินชนิดพิเศษที่อนุญาตให้ใช้เท่านั้น

15. ต้องสอบถามหัวหน้างาน หรือบริษัทผู้ผลิต หรือผู้ขาย หากมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับวัตถุระเบิด

 

3.2 การเก็บวัตถุระเบิด

1.   สถานที่เก็บวัตถุระเบิดชนิดใดก็ตามต้องมีลักษณะดังนี้

-  ตั้งอยู่ในบริเวณที่หากมีการระเบิดเกิดขึ้น แรงระเบิดต้องไม่เป็นอันตรายหรือทำความเสียหายให้แก่ อาคารที่พักอาศัยของคนงานในเหมือง เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ถนน สถานีไฟฟ้าย่อย และสาธารณูปโภคอื่นๆ

-    ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ที่ทำการระเบิด หรืออาจมีหินปลิวกระเด็นจากการระเบิดปลิวไปได้ถึง

-  ต้องมีระยะห่างจากสายไฟฟ้าแรงสูงมากพอ เพื่อว่าหากเสาไฟฟ้าแรงสูงเสียหายหรือล้มลง จะไม่ไปสัมผัสกับสถานที่เก็บวัตถุระเบิดได้

-  ต้องมีการระบายอากาศได้ดี ป้องกันการเปียกชื้น กันน้ำ และป้องกันไม่ให้มีอุณหภูมิสูง มีการ ล็อกกุญแจอย่างแน่นหนา มีคนดูแลและมีผู้รับผิดชอบตลอดเวลา สถานที่เก็บสารระเบิด (blasting agents) ที่ทำขึ้นเพื่อการเก็บสารระเบิดห้ามใช้เก็บวัตถุระเบิด

2.   ห้ามนำแก๊ปชนิดใดๆไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า แก๊ปธรรมดา หรือเก๊ปที่จุดระเบิดโดยไม่ใช้ไฟฟ้าไปเก็บรวมกับวัตถุที่ใช้ในการระเบิดอย่างอื่น เช่น ดินระเบิดหรือสายชนวนระเบิดห้ามเก็บรวมกับแก๊ปไฟฟ้า

3.   คูณสมบัติเฉพาะของคลังเก็บวัตถุระเบิด

-  ต้องมีโครงสร้างแข็งแรง

-  ทนไฟหรือไม่ติดไฟได้โดยง่าย หรือปิดคลุมภายนอกอาคารด้วยวัสดุทนไฟ

-  กันกระสุนได้

-  ป้องกันการขโมย

-  วัสดุภายในต้องเป็นวัสดุที่ไม่สามารถทำให้เกิดเปลวไฟได้โดยง่าย

-  มีการระบายอากาศที่ดีเพื่อป้องกันความชื้น เพื่อระบายความร้อน ป้องกันไม่ให้ภายในสถานที่เก็บวัตถุระเบิดมีอุณหภูมิสูงจนเกินไป

-  มีป้ายบอกสถานที่เก็บวัตถุระเบิดและมีเครื่องหมายเตือนที่ระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่เก็บวัตถุระเบิดโดยระบุชนิดของวัตถุระเบิดที่มองเห็นได้ชัดเจนในทุกทิศทางที่อาจมีผู้คนเข้าไปใกล้ และป้องกันไม่ให้มีการยิงปืนใกล้สถานที่เก็บวัตถุระเบิด

-  สภาพภายในอาคารสะอาด เป็นระเบียบ และแห้ง

-  ไม่มีไฟฟ้าให้แสงสว่างหรือมีไฟฟ้าให้แสงสว่างที่ออกแบบพิเศษสำหรับใช้ในโรงเก็บวัตถุระเบิดเท่านั้น ไฟฟ้าให้แสงสว่างที่ใช้ต้องไม่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือทำให้เกิดเปลวไฟได้ง่าย

-  ไม่มีอุปกรณ์สำหรับทำความร้อน หรืออุปกรณ์สำหรับทำความเย็น หรือถ้ามีอุปกรณ์เหล่านั้นต้องไม่เสี่ยงต่อการทำให้เกิดเปลวไฟหรือเกิดการระเบิด

-  มีเครื่องมือเครื่องใช้ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในสถานที่เก็บวัตถุระเบิดโดยเฉพาะเท่านั้น  หากไม่ใช่เป็นเครื่องมือเฉพาะต้องไม่เป็นเครื่องใช้ที่สามารถทำให้เกิดเปลวไฟ

-  ล็อกกุญแจและมีผู้รับผิดชอบตลอดเวลาในกรณีที่ไม่มีคนเฝ้า

-  คลังวัตถุระเบิดที่ทำด้วยโลหะต้องมีการเชื่อมส่วนต่อส่วนที่นำไฟฟ้าทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อป้องกันการเกิดความต่างศักดิ์ไฟฟ้า โดยเชื่อมหรือย้ำไรเวท ติดกันทั้งหมด ส่วนที่นำไฟฟ้าได้ของคลังวัตถุระเบิดที่ไม่ทำด้วยโลหะต้องมีการต่อสายดินไว้เสมอ

-  กรณีมีสวิทซ์ไฟฟ้าที่คลังวัตถุระเบิดต้องนำไปติดตั้งไว้นอกอาคารเสมอ

4.   ที่เก็บวัตถุระเบิดแต่ละแห่งควรห่างกันอย่างน้องที่สุดเท่าใดจึงจะปลอดภัยดังแสดงไว้ในตารางที่ 1 แสดงระยะห่างที่ปลอดภัย (ฟุต) กับปริมาณวัตถุระเบิดที่เก็บ (ปอนด์)

5.   ภายในระยะไม่น้อยกว่า 25 ฟุต หรือประมาณ 8 เมตร โดยรอบสถานที่เก็บวัตถุระเบิด ควรถางให้เตียนอย่าให้มีหญ้าขึ้นรก หรือว่ามีวัตถุเชื้อเพลิงอื่น

6.   ที่เก็บวัตถุระเบิดต้องปิดไว้ตลอดเวลา จะเปิดก็ต่อเมื่อทำการตรวจตรา นำวัตถุระเบิดเข้าไปเก็บหรือนำออกไปใช้ ไม่ควรนำลูกกุญแจไปแขวนไว้รวมกับลูกกุญแจดอกอื่น ๆ และควรมีผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเป็นผู้ถือกุญแจเท่านั้น

7.   ไม่ควรสวมใส่รองเท้าที่มีแผ่นโลหะหรือตะปูโผล่ออกมาสวมใส่ในที่เก็บวัตถุระเบิดเพราะอาจจะเกิดการเสียดสีทำให้เกิดประกายไฟได้ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้ในห้องเก็บวัตถุระเบิดก็ควรทำด้วยวัตถุที่ไม่เกิดประกายไฟ

8.   ไม่ควรใช้ที่เก็บวัตถุระเบิดซึ่งมีวัตถุระเบิดเก็บไว้เพื่อประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการจัดเก็บวัตถุระเบิด

9.   วิธีปฏิบัติในการเก็บวัตถุระเบิด

-  วัตถุระเบิดที่นำเข้ามาเก็บไว้ก่อนต้องนำไปเก็บไว้ในจุดที่สามารถนำเอาไปใช้งานได้ก่อนโดยสะดวก

-  ต้องทำบัญชีวัตถุระเบิด ให้ชัดเจน พยายามใช้วัตถุระเบิดที่มีอยู่ก่อนให้หมดก่อนการใช้วัตถุระเบิด ที่นำมาเก็บไว้ทีหลัง ควรใช้วัตถุระเบิดที่สั่งมาใช้ให้หมดก่อนวันหมดอายุ

-  กองเก็บแบ่งแยกตามตรายี่ห้อและระดับคุณภาพหรือเกรดของวัตถุระเบิด

-  กองเก็บต้องมีเสถียรภาพแต่ต้องมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร

-  เก็บเชื้อปะทุและวัตถุระเบิดไว้ในภาชนะปิดที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า ยกเว้นเชื้อปะทุชนิดจุดระเบิดโดยไม่ใช้ไฟฟ้า

 

10. การจัดการซ่อมแซมภายในที่เก็บวัตถุระเบิด จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้ทำการขนย้ายวัตถุระเบิดออกไปเก็บไว้ในระยะที่ปลอดภัย มีการป้องกันอันตรายที่ดีพอและทำความสะอาดห้องเก็บวัตถุระเบิดให้ปราศจากวัตถุระเบิดอันเดิมที่มีอยู่ภายในคลังวัตถุระเบิด

11. การเก็บวัตถุระเบิดในกล่องและคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับกล่องใส่วัตถุระเบิด

-  ควรเก็บวัตถุระเบิดไว้ในลังเดิมที่นำมาใช้งานเท่านั้น

-  กล่องใส่วัตถุระเบิด ต้องมีโครงสร้างแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ มีฝาปิด ภายในทำด้วยวัสดุที่ไม่สามารถทำให้เกิดเปลวไฟได้ง่าย

-  ปิดป้ายแสดงว่าเป็นกล่องใส่วัตถุระเบิดพร้อมทั้งระบุชนิดของวัตถุระเบิดให้ชัดเจน และมองเห็นได้โดยง่ายทุกทิศทาง

-  เมื่อบรรจุวัตถุระเบิดเสร็จแล้วต้องนำกล่องใส่วัตถุระเบิดไปไว้นอกพื้นที่ทำการระเบิด

-  ล็อกกุญแจและมีคนรับผิดชอบกล่องใส่วัตถุระเบิดตลอดเวลา

-  เมื่อหมดกะหรืออัดระเบิดเสร็จแล้วต้องนำวัตถุระเบิดออกจากกล่องใส่วัตถุระเบิดให้หมดทุกครั้งก่อนที่จะนำไปเก็บในสถานที่เก็บวัตถุระเบิด

-     ต้องเก็บเชื้อปะทุไว้ในกล่องใส่วัตถุระเบิดแยกออกจากวัตถุระเบิดชนิดอื่นหรือสารระเบิดเสมอ  หรือมีการกั้นไว้ด้วยไม้เนื้อแข็งที่หนาไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว หรือวัสดุชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า

-  กล่องหรือลังใส่วัตถุระเบิดให้วางเอาด้านบนขึ้น ส่วนแท่งดินระเบิดให้วางนอน

-  ภายในลังวัตถุระเบิด ควรทำความสะอาดอยู่เสมอ ไม้กวาดหรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้ทำความสะอาดพื้นต้องไม่ทำด้วยโลหะที่เกิดประกายไฟได้

-  การเปิดลังวัตถุระเบิด การบรรจุวัตถุระเบิดลงในลัง หรือ การนำวัตถุระเบิดออกจากลังควรกระทำในระยะที่ห่างจากที่เก็บวัตถุระเบิดอย่างน้อย 50 ฟุต ไม่ควรนำลังวัตถุระเบิดกลับเข้าไปเก็บจนกว่าจะได้ปิดเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

12. ห้ามสูบบุหรี่หรือนำไม้ขีดไฟ อาวุธปืน เปลวไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวไฟหรือสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟ เข้าไปในหรือเข้าไปใกล้ที่เก็บวัตถุระเบิดที่กำลังจับต้อง หรือขนย้ายวัตถุระเบิดอยู่

13. พื้นห้องเก็บวัตถุระเบิดที่เปื้อนไนโตรกลีเซอรีนให้ล้างด้วยน้ำยาล้างไนโตรกลีเซอรีนที่ผสมขึ้นใหม่ ๆ น้ำยามีส่วนผสมดังนี้คือ น้ำ 1.4 ลิตร แอลกอฮอลล์สำหรับจุดไฟ 3.3 ลิตร อะซิโตน 0.9 ลิตร และโซเดียมซัลไฟชนิด 60 เปอร์เซ็นต์ 1 ปอนด์ ขัดด้วยไม้กวาดแข็งหรือแปลง ในการล้างต้องใช้น้ำยาล้างมาก ๆ จึงจะล้างออกหมด การทำน้ำยาให้ทำเฉพาะเท่าที่ต้องการใช้เท่านั้น หากพื้นห้องเก็บวัตถุระเบิดทำด้วยวัตถุที่กลีเซอรีนไม่ซึม ให้กวาดด้วยขี้เลื่อยแห้ง แล้วนำออกไปเผาในระยะที่ปลอดภัย

14. แท่งดินระเบิดที่เสียบเชื้อประทุเป็นไฟเมอร์แล้ว ไม่ควรนำเข้าไปเก็บในคลังวัตถุระเบิด

15. ที่เก็บวัตถุระเบิดต้องอยู่ห่างจากอาคาร ทางรถไฟ ทางหลวง ตามที่กำหนดไว้ใน     ตารางที่ 1

16. ถ้ามีที่กำบัง ไม่ว่าจะโดยธรรมชาติหรือโดยการทำขึ้นมา ระหว่างที่เก็บวัตถุระเบิดด้วยกันหรือระหว่างที่เก็บวัตถุระเบิดกับอาคาร ทางรถไฟ ทางหลวง ระยะที่กำหนดไว้ในตารางที่ 1 นั้น อาจลดลงได้ครึ่งหนึ่ง ที่กำบังหมายถึงที่กำบังที่มนุษย์หรือที่กำบังโดยธรรมชาติเช่นลักษณะของภูมิประเทศเองที่ทำให้เป็นที่กำบัง เช่น เนินเขา ป่าไม้ที่มีใบหนาแน่น ถึงแม้เมื่อใบร่วงหมดแล้วก็ยังมองจากที่เก็บวัตถุระเบิดไม่เห็นตัวอาคารหรือบริเวณที่ต้องการป้องกัน ส่วนที่กำบังที่ทำขึ้นหมายถึงคันดินที่ทำขึ้น มีความหนาไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ที่กำบังนี้ต้องมีความสูงพอ เมื่อลากเส้นตรงระหว่างจุดสูงสุดของผนังห้องเก็บวัตถุระเบิดไปยังแนวชายคาของห้องเก็บวัตถุระเบิดอีกห้องหนึ่ง หรืออาคารอื่น หรือแนวกึ่งกลางทางรถไฟหรือทางหลวง เส้นตรงเส้นนี้จะต้องตัดผ่านที่กำบังดังกล่าว

ข้อควรจำ : ตารางที่ 1 นี้ จะนำไปใช้กับการเก็บเชื้อประทุและบูสเตอร์ก็ได้โดยถือว่าแก๊ปเบอร์ 6 หรือแก๊ปไฟฟ้าทุก ๆ 1,000 นัด มีความแรงระเบิดเท่ากับวัตถุระเบิด 1.5 ปอนด์ ดังนั้นไม่ว่ากรณีใด ๆ ระยะห่างต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้สำหรับวัตถุระเบิด 1 ปอนด์ ส่วนบูสเตอร์นั้นให้ถือว่ามีน้ำหนักรวมทั้งหีบห่อเป็นวัตถุระเบิด 100 %

 

 

ตารางที่ 1 ระยะห่างในการเก็บวัตถุระเบิด

 

จำนวนที่เก็บ

(ปอนด์)

ระยะห่างเป็นฟุต เมื่อเก็บโดยไม่มีที่กำบัง

จากอาคารที่

อยู่อาศัย

จากทางรถไฟ

จากทางหลวง

ระยะห่างที่เก็บ

วัตถุระเบิด

0 – 1

1 - 2

2 - 5

5 - 10

10 – 20

20 – 30

30 – 40

40 – 50

50 – 75

75 - 100

100 – 125

125 – 150

150 – 200

200 – 250

250 – 300

300 – 400

400 – 500

500 – 600

600 – 700

700 – 800

800 – 900

900 – 1000

1000 – 1200

1200 – 1400

80

100

140

180

220

250

280

300

340

380

400

430

470

510

540

590

640

680

710

750

780

800

850

900

32

40

60

70

90

100

110

120

140

150

160

170

190

210

220

240

260

270

290

300

310

320

340

360

32

40

60

70

90

100

110

120

140

150

160

170

190

210

220

240

260

270

290

300

310

320

330

340

8

10

12

16

20

22

24

28

30

32

36

38

42

46

48

54

58

62

64

66

70

72

78

82

จำนวนที่เก็บ

(ปอนด์)

ระยะห่างเป็นฟุต เมื่อเก็บโดยไม่มีที่กำบัง

จากอาคารที่

อยู่อาศัย

จากทางรถไฟ

จากทางหลวง

ระยะห่างที่เก็บ

วัตถุระเบิด

1600 – 1800

1800 – 2000

2000 – 2500

2500 – 3000

3000 – 4000

4000 – 5000

5000 – 6000

6000 – 7000

7000 – 8000

8000 – 9000

9000 – 10000

10000 – 12000

12000 – 14000

14000 – 16000

16000 – 18000

18000 – 20000

20000 – 25000

25000 – 30000

30000 – 35000

35000 – 40000

40000 – 45000

45000 – 50000

50000 – 55000

55000 – 60000

980

1010

1090

1160

1270

1370

1460

1540

1600

1670

1730

1750

1790

1800

1880

1950

2110

2260

2410

2550

2680

2800

2920

3030

390

410

440

470

510

550

590

620

640

670

690

740

810

840

870

940

1000

1050

1100

1140

1180

1220

1260

1290

360

370

380

390

420

450

470

490

500

510

520

540

550

560

570

580

630

680

720

760

800

840

880

910

88

90

98

104

116

122

130

136

142

150

156

164

174

180

188

196

210

224

238

248

258

270

280

300

ระยะที่กำหนดให้นี้ลดลงได้ครึ่งหนึ่ง เมื่อเก็บโดยมีที่กำบัง

ข้อควรจำ : ระยะที่กำหนดสำหรับการเก็บเชื้อประทุ

3.3 การขนวัตถุระเบิด

1.   คูณสมบัติที่จำเป็นสำหรับพาหนะที่ใช้ขนส่งวัตถุระเบิด

-     มีสภาพดี

-     มีห้องสำหรับเก็บวัตถุโดยเฉพาะ

-     มีอุปกรณ์ดับเพลิงชนิดสารเคมีแห้งอเนกประสงค์อย่างน้อย 2 เครื่อง

-     มีการปิดป้ายเตือนว่าเป็นรถขนส่งวัตถุระเบิดพร้อมทั้งระบุชนิดของวัตถุระเบิดที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในทุกทิศทาง

-     ห้ามรถบรรทุกวัตถุระเบิดบรรทุกวัตถุระเบิดเกินอัตรา และต้องผูกมัดหีบห่อวัตถุระเบิดให้แน่นหนา อย่าให้หล่นลงจากรถได้

-     คนที่นั่งมาบนพาหนะที่ใช้ขนส่งวัตถุระเบิดต้องเป็นคนที่จำเป็นต้องสำหรับการขนถ่ายวัตถุระเบิดเท่านั้น ห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสารไปด้วย

-     มีการเฝ้าหรือล็อกกุญแจห้องบรรทุกวัตถุระเบิด ยกเว้นขณะที่จอดพาหนะเพื่อบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิดที่หน้างานระเบิด

 

2.   ก่อนออกรถ ต้องตรวจสอบรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดทุกคันว่าจะต้องผ่านการตรวจสอบว่าบรรทุกวัตถุระเบิดเรียบร้อย และปลอดภัยหรือไม่ และอยู่ในสภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะออกเดินทางหรือไม่

3.   รถที่ไม่มีหลังคา ต้องมีผ้ากันน้ำมันชนิดทนไฟและกันน้ำได้ คลุมวัตถุระเบิด

4.   ห้ามนำเชื้อประทุรวมไปกับวัตถุระเบิด

5.   ห้ามนำแก๊ปไฟฟ้าไปกับรถที่มีเครื่องรับส่งวิทยุ นอกจากจะได้ทำการม้วนหรือพับสายแก๊ปและต่อลัดวงจรตามวิธีการที่ผู้ผลิตแนะนำเท่านั้น และระหว่างที่ทำการขนแก๊ปขึ้นหรือลงจากรถจะต้องปิดเครื่องรับส่งวิทยุ

6.   อย่านำโลหะหรือเครื่องมือที่ทำด้วยโลหะที่เกิดประกายไฟ แก๊สคาร์ไบด์ น้ำมัน ไม้ขีดไฟ อาวุธปืน หม้อแบตเตอรี่ วัตถุไวไฟ น้ำกรด หรือน้ำยาที่ใช้กัดกร่อนใส่กระบะของรถที่บรรทุกวัตถุระเบิด

7.   รถที่ใช้ในการขนวัตถุระเบิดจะต้องรักษาให้สะอาด และอยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดี

8.   ถ้าใช้รถบรรทุกที่มีกระบะเหล็กจะต้องมีผ้าใบหรือวัตถุที่ไม่เกิดประกายไฟอย่างอื่นคั่นระหว่างวัตถุระเบิดกับตัวกระบะ

9.   อย่านำรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดอยู่เข้าไปในโรงรถ หรือเข้าไปในโรงซ่อม หรือนำไปจอดในที่แออัดหรือที่จอดรถสาธารณะ

10. สายไฟจะต้องผูกมัดให้แน่น และมีการป้องกันอย่างดี เพื่อไม่ให้เกิดการลัดวงจรขึ้นเอง

11. จะต้องขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างที่สุด ห้ามขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

12. ก่อนผ่านทางรถไฟหรือผ่านทางเอก จะต้องหยุดรถให้สนิทและเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้วจึงค่อยขับรถต่อไป

13.        การขนส่งวัตถุระเบิดโดยใช้รถพ่วง

            -ห้ามใช้รถพ่วง (Trailer) หรือรถกึ่งพ่วงที่เรียกว่า   (Semi – trailer) ทุกชนิดทำการขนวัตถุระเบิด หรือห้ามนำรถพ่วงไปพ่วงเข้ากับรถบรรทุกวัตถุระเบิด

14. ห้ามเติมน้ำมันรถขณะที่ในรถบรรทุกวัตถุระเบิด นอกจากในกรณีฉุกเฉินเท่านั้นและได้มีการเตรียมการป้องกันไว้แล้ว

15. วัตถุระเบิดที่ขนลงจากรถจะต้องนำไปกองไว้ให้ห่างจากรถพอที่จะไม่เกิดอันตรายจากความร้อนของไอเสีย หรือประกายไปเมื่อติดเครื่องยนต์

16. ห้ามผู้ที่ทำการขนวัตถุระเบิดนำไม้ขีดไฟ อาวุธปืน กระสุนปืน หรือสิ่งที่ทำให้เกิดประกายไฟหรือสิ่งที่เกิดเปลวไฟ ติดไปกับตัวขณะทำการขนส่ง

17. ห้ามสูบบุหรี่บนรถหรือในบริเวณใกล้เคียงกับรถที่กำลังขนวัตถุระเบิดขึ้นหรือลงอยู่

18. ห้ามใช้เครื่องมือที่จะเกิดประกายไปได้ ขณะทำการขนวัตถุระเบิดลงจากรถ

19. ความปลอดภัยขณะจอดพาหนะบรรทุกวัตถุระเบิด

-     เมื่อจอดรถจะต้องดับเครื่องยนต์เว้นแต่จะติดเครื่องยนต์เพื่อการผ่องถ่ายวัตถุระเบิด ใช้เกียร์จอดและใส่เบรกมือ

-     มีการป้องกันล้อกระแทกหากเกิดการเคลื่อนไหว

-     ห้ามขนวัตถุระเบิดขึ้นหรือลงจากรถขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่

20. ห้ามจอดรถที่บรรทุกวัตถุระเบิด ทิ้งไว้โดยไม่มีคนเฝ้าอย่างเด็ดขาด

21. การขนวัตถุระเบิดโดยใช้คน ต้องขนส่งวัตถุระเบิดในภาชนะปิดที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า และต้องแยกเชื้อปะทุกับวัตถุระเบิดไว้คนละภาชนะ ห้ามใส่ไว้ในภาชนะเดียวกัน

22. การขนส่งวัตถุระเบิดโดยทางรถไฟ

-     ห้ามขนส่งวัตถุระเบิดทางรถไฟ

-     หากมีความจำเป็นต้องขนส่งวัตถุระเบิดทางรถไฟต้องบรรจุวัตถุระเบิดไว้ในตู้รถไฟที่มีฉนวนไฟฟ้าเท่านั้น

 

3.4 การนำวัตถุระเบิดไปใช้

1.   ให้ใช้เครื่องมือที่ทำด้วยไฟเบอร์ ยาง หรือไม้เท่านั้นในการเปิดลังวัตถุระเบิด

2.   ในการนำเชื้อประทุหรือวัตถุระเบิดไปยังบริเวณที่ทำการระเบิด จะต้องนำไปทั้งกล่องหรือทั้งลังที่ใช้บรรจุ หรือจะแบ่งใส่ลังกล่องหรือลังที่ไม่ได้ทำด้วยโลหะไปก็ได้ ห้ามนำไปโดยไม่ได้ใส่ลังอะไรไปหรือนำไปรวมกับของอย่างอื่น

3.   หลังจากการบรรจุดินระเบิดเสร็จแล้ว เชื้อประทุหรือวัตถุระเบิดที่เหลือจะต้องนำกลับไปยังที่เก็บทันที

4.   ลังเปล่าและกระดาษที่บุลังจะต้องนำไปทิ้งทันที เนื่องจากอาจจะมีเศษวัตถุระเบิดหลงเหลืออยู่ เวลาเผาควรเผาในที่โล่ง เพื่อที่จะได้ไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน

5.   ต้องปิดภาชนะที่บรรจุวัตถุระเบิด ที่ถูกใช้ไปแล้วบางส่วน ให้สนิทอยู่เสมอ

6.   ห้ามใช้วัตถุระเบิด ที่เคยสูญหายแม้ว่าจะเป็นวัตถุระเบิดที่มียี่ห้อ และได้มาตรฐาน ทางวิศวกรรมข้อปฏิบัติ ในการเตรียมไพรเมอร์

 

3.5 การเจาะรูระเบิด

1.   รูเจาะทุกรูต้องให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของแท่งดินระเบิดที่ใช้พอที่จะสามารถบรรจุแท่งวัตถุลงไปได้สะดวก

2.   การบรรจุวัตถุระเบิดลงไปในรูเจาะกับการเจาะระเบิด ควรเว้นช่วงเวลาที่ทำให้ห่างกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

3.   อย่าเจาะตรงบริเวณกองดินหรือกองหินที่เกิดจากการเจาะรูเจาะเก่า แม้ว่าจะได้ตรวจสอบแล้วไม่พบวัตถุระเบิดก็ตาม

4.   หลังจากที่ได้ทำการระเบิดแล้วอย่าเพิ่งกลับเข้าไปเจาะใหม่ จนกว่าจะได้ทำการตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีลูกระเบิดด้านหลงเหลืออยู่

5.   ห้ามเจาะรูระเบิด บนกองหิน หรือกองดินที่เคยผ่านการระเบิดมาก่อนแล้ว แม้ว่าจะได้ตรวจและไม่พบวัตถุระเบิดก็ตาม

 

3.6 การบรรจุรูระเบิด

1.   การควบคุมการอัดและการจุดระเบิด

-     การจับต้อง การอัดและการจุดระเบิดและการกระทำการใดๆที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิด ต้องทำภายไต้การชี้นำของและการควบคุมของผู้ที่ได้ผ่านการฝึกอบรมและมีประสบกาณ์ด้านการใช้วัตถุระเบิดเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น

-     ผู้ฝึกหัดการใช้วัตถุระเบิดต้องทำภายไต้การควบคุมดูแลของผู้มีประสบการณ์ด้านการใช้วัตถุระเบิดเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น

-     เมื่อมีการนำเชื้อปะทุและดินระเบิดมายังหน้าระเบิดต้องมีการเฝ้าระวังได้แก่ การให้สัญญาณเช่นการยกธง การปิดกั้นไม่ให้ผู้คนเข้าถึงหน้าระเบิด การปิดป้าย “อันตราย”  “เขตทำการระเบิด” “ห้ามเข้า” เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปใกล้หน้างานระเบิด

-     ห้ามนำรถยนต์พาหนะเข้าไปในหน้างานระเบิด หรือขับผ่านวัตถุระเบิดแลเชื้อปะทุในลักษณะที่สัมผัสกับวัตถุระเบิดหรือวงจรระเบิดซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้

-     ขณะทำการอัดระเบิดจะต้องให้มีการหยุดกิจกรรมอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอัดระเบิดเช่นการเจาะ การตัก การขนส่งแร่หรือหินลงทั้งหมด

-     การอัดระเบิดต้องทำอย่างต่อเนื่องโดยรีบอัดต่อวงจรระเบิดและจุดระเบิดให้เสร็จโดยเร็ว หากวัตถุระเบิดที่อัดไว้แล้วไม่สามารถทำการระเบิดได้ภายในเวลา 72 ชั่วโมงต้องแจ้งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทราบทันที

-     ต้องมีการอพยพคนงานไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยจากหินปลิว คลื่นกระแทก และก๊าซจากการระเบิด ก่อนการต่อวงจรระเบิดเข้ากับอุปกรณ์การจุดระเบิดทุกครั้ง

2.       การป้องกันการมีอุณหภูมิสูงที่อาจเกิดขึ้นกับวัตถุระเบิด

-     ห้ามอัดระเบิดในรูระเบิดที่อาจมีอุณหภูมิสูงจนทำให้เกิดการระเบิดขึ้นเองได้ เช่นรูเจาะในเตาเผา เตาถลุง หรือในหินดินที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 65 องศาเซลเซียส

-     ต้องมีการป้องกันไม่ให้มีการกระแทกวัตถุระเบิดยกเว้นเวลาอัดระเบิดหรือหย่อนวัตถุระเบิดลงไปในรูระเบิด

-     การอัดระเบิดในแร่ที่มีองค์ประกอบของกำมะถันหรือองค์ประกอบอื่นที่อาจทำปฏิกิริยากับวัตถุระเบิดจนเกิดการระเบิดขุ้นเองได้ต้องมีมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุได้แก่  การตรวจวัดอุณหภูมิของรูระเบิดให้ละเอียดทุกรูก่อนการบรรจุวัตถุระเบิดลงไป จำกัดระยะเวลาที่อัดระเบิดไว้ในรูระเบิดไม่ให้นานกว่า 12 ชั่วโมง หรือการใช้มาตรการอื่นๆในการป้องกันวัตถุระเบิดจุดระเบิดได้เองเนื่องจากอุณหภูมิสูงเช่นการใช้วัตถุระเบิดชนิดพิเศษ

3.   การตรวจสอบรูระเบิดว่ามีการอุดตันหรือไม่

- ก่อนการอัดระเบิดทุกรูระเบิดจะต้องมีการตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูระเบิดไม่มีการอุดตัน

4.   แท่งดินระเบิดที่ใช้จะต้องให้มีขนาดพอดีที่จะหย่อนลงไปในรูระเบิดได้โดยไม่ต้องใช้ไม้  กระทุ้งระเบิด

5.   เวลาจะบรรจุวัตถุระเบิดลงไปในรูเจาะ อย่าแกะกระดาษที่ห่อออก นอกจากลักษณะของรูเจาะ ทำให้ไม่สามารถบรรจุลงไปได้ทั้งแท่ง

6.   ห้ามกระทุ้งไพรเมอร์โดยตรง หรือกระทุ้งดินระเบิดโดยตรง การอัดระเบิดให้ใช้อุปกรณ์ที่ทำด้วยไม้เท่านั้น ไม้ที่ใช้ให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางโตพอสมควร อย่าให้มีส่วนประกอบเป็นโลหะหรือจะใช้ท่อพลาสติกตอนปลายต่อกับท่อนไม้ก็ได้ โดยเฉพาะสำหรับรูเจาะขนาดเล็ก ที่มีความลึกไม่มาก

7.   ห้ามใช้การเจาะหรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเจาะระเบิดอย่างอื่นเพื่อการอัดหรือบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูระเบิด เนื่องจากวัสดุเหล่านี้อาจมีการปนเปื้อนเข้ามาในวัตถุระเบิดขณะที่มีการสัมผัสกับวัตถุระเบิดได้ ทั้งนี้ให้สามารถใช้ท่อพลาสติกหรือท่อกระดาษสำหรับการอัดระเบิดได้  เวลาใช้ไม้กระทุ้งวัตถุระเบิดอย่ากระทุ้งให้แรงจนกระทั่งเจาะลึกเข้าไปในวัตถุระเบิด ห้ามกระทุ้งวัตถุระเบิดที่มีเชื้อประทุแล้ว

8.   ห้ามทิ้งแท่งวัตถุระเบิดชนิดแข็งที่มีขนาดโตกว่า 4 นิ้วลงบนไพรเมอร์ที่อยู่ภายในรูระเบิดโดยตรงนอกจากจะมีน้ำปริมาณเพียงพอที่จะป้องกันแท่งวัตถุระเบิดไปกระแทกโดยตรงกับไพรเมอร์ ทั้งนี้ วัตถุระเบิดชนิดหนืด วัตถุระเบิดชนิดเจลน้ำ และถุงที่บรรจุสารระเบิดที่คล้ายเม็ดสาคูไม่นับว่าเป็นแท่งวัตถุระเบิดชนิดแข็ง แต่ให้ใช้ความระมัดระวังอย่าให้มีการกระแทกกับไพรเมอร์โดยตรง

9.   อย่าทำการระเบิดขยายก้นรูใกล้ ๆ กับรูที่บรรจุระเบิดไว้ เพราะจะทำให้รูที่บรรจุวัตถุระเบิดไว้ระเบิดตามไปด้วย เนื่องจากการแผ่กระจายของแรงระเบิดไปตามรอยแยกของหิน ห้ามบรรจุวัตถุระเบิดลงไปในรูเจาะที่ยังมีความร้อนอยู่เนื่องจากการเจาะหรือการระเบิดขยายก้นรู จนกว่าจะเว้นระยะเวลาให้รูเจาะเย็นลงประมาณครึ่งชั่วโมง

10. อย่าทำไพรเมอร์ไว้มากเกินความจำเป็นที่ต้องใช้ในการระเบิดแต่ละคราวและห้ามนำแท่งดินระเบิดที่เป็นตัวไพรเมอร์ที่เหลือจากการใช้งานไปเก็บไว้ในที่เก็บวัตถุระเบิด ต้องแยกเชื้อปะทุออกจากไพรเมอร์ก่อนนำไปเก็บเสมอ

11. ให้ใช้อุปกรณ์สำหรับเจาะแท่งดินระเบิดหรือให้ใช้ไม้ หรือวัตถุที่ไม่ทำให้เกิดประกายไปเจาะแท่งดินระเบิดเพื่อใส่เชื้อประทุเท่านั้น

12. ห้ามใช้วัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงอุดรูระเบิด

13. ห้ามทิ้งแท่งวัตถุระเบิด ลงบนแท่งวัตถุระเบิดแท่งอื่น หรือทิ้ง Primer ลงไปในรูระเบิด ต้อง พยายาม ค่อยๆ หย่อน วัตถุระเบิดลงไปในรู

14. ในเหตุจำเป็นต้องทำการระเบิดในบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น หรือในบริเวณที่อาจจะเกิดอันตรายแก่ทรัพย์สิน เนื่องจากการระเบิด เวลาจะทำการระเบิดจะต้องมีการป้องกันไม่ให้สิ่งที่ระเบิดออกปลิวไปทำอัตรายหรือทำความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินได้ โดยทำการปกคลุมบริเวณที่จะทำการระเบิดด้วยตาข่ายป้องกันการระเบิด และต้องมีผู้ควบคุมที่เชี่ยวชาญในการระเบิดควบคุมอย่างใกล้ชิด

 

3.7 การทำไพรเมอร์โดยใช้แก๊ปไฟฟ้า

1.   การทำไพรเมอร์ต้องทำเฉพาะเวลาที่จะใช้งานเท่านั้นและควรทำให้ใกล้กับหน้างานระเบิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2.   การทำไพรเมอร์ต้องบรรจุเชื้อปะทุเข้าไปในวัตถุระเบิดแรงสูงให้มิด ขนาดของไพรเมอร์ต้องเหมาะสมกับขนาดของรูระเบิด คือให้มีขนาดใกล้เคียงกันและให้สามารถบรรจุลงในรูระเบิดได้โดยสะดวก

3.   แก๊ปไฟฟ้าที่ใช้ในการระเบิดแต่ละคราว จะต้องมีคุณภาพทัดเทียมกันหรือเป็นยี่ห้อเดียวกัน และควรจะเป็นแก๊ปที่มาในการสั่งครั้งเดียวกัน

4.   ก่อนหรือหลังการอุดรูระเบิด จะต้องมีการตรวจสอบแก๊ปไฟฟ้าทุก ๆ นัด ด้วยเครื่องตรวจสอบวงจรระเบิดว่ากระแสไฟเดินได้ตลอดวงจรหรือไม่ให้ใช้แบตเตอรี่ซิลเวอร์คลอไรด์เท่านั้น เพราะจะทำให้แก๊ประเบิดได้

5.   หลังจากการที่ตรวจสอบเสร็จแล้วให้ลัดวงจรสายแก๊ปโดยบิดปลายทั้งสองเข้าด้วยกันและปล่อยไว้จะกว่าจะพร้อมที่จะต่อเข้าวงจร ก่อนที่จะต่อเข้ากับสายจุดระเบิดต่อไป

6.   อย่าพยายามจุดระเบิดวงจรแก๊ปไฟฟ้า ถ้ามีกระแสไฟฟ้าไม่พอ

7.   ทำการตรวจสอบเครื่องจุดระเบิดก่อนทำการระเบิดแต่ละวัน

8.   สายไฟต่ออย่าให้เล็กว่าเบอร์ No. 14 B & S ควรใช้สายทองแดงชนิดเดี่ยวมีฉนวนหุ้มอย่างดีเพื่อป้องกันการรั่วลงดิน

9.   ต้องตรวจสอบวงจรตลอดจนแก๊ปไฟฟ้าทุกนัดด้วยเครื่องตรวจสอบวงจรระเบิดที่เที่ยงตรงก่อนจะต่อเข้ากับสายจุดระเบิด

10. อย่าต่อวงจรระเบิดเข้ากับแหล่งไฟฟ้าจนกว่าจะถึงเวลาที่จะทำการจุดระเบิด

11. อย่างทำไพรเมอร์หรือบรรจุดินระเบิดขณะที่กำลังจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองหรือขณะที่กำลังมีพายุฝนฟ้าคะนอง หากทำการบรรจุไพรเมอร์หรือบรรจุดินระเบิดไปแล้ว ต้องสั่งให้ทุกคนออกไปให้พ้นระยะอันตรายจนกว่าพายุจะสงบ

12. ห้ามใช้แก๊ปไฟฟ้าใกล้กับเครื่องส่งวิทยุ เพราะเครื่องส่งวิทยุนั้นจะมีสนามพลังงานไฟฟ้าเกิดขึ้นรอบ ๆ สายอากาศ ในบางครั้งแก๊ปไฟฟ้าอาจจะได้รับพลังงานดังกล่าวถึงกับทำให้ระเบิดได้ หากจำเป็นต้องใช้ในบริเวณใกล้เคียงกับเครื่องส่งวิทยุ จะต้องใช้เชื้อประทุชนิดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า แต่ถ้าจุดที่ทำการระเบิดอยู่ห่างจากเครื่องส่งวิทยุตามระยะที่กำหนดในตารางที่ 2 ก็อาจจะทำการระเบิดด้วยแก๊ปไฟฟ้าได้โดยไม่มีอันตรายอย่างใด

13. ในบริเวณที่มีสายไฟฟ้าผ่าน การวางสายไฟต่างๆ ที่ใช้ในการระเบิดจะต้องวางให้ใกล้พื้นดินมากที่สุดที่ทำได้ และต้องไม่ให้ขนานกับสายไฟฟ้าที่ผ่าน

14. ห้ามใช้แก๊ปไฟฟ้าใกล้กับโทรศัพท์มือถือ

15. กรณีที่ใช้สายชนวนระเบิดในการจุดระเบิดต้องมัดสายชนวนระเบิดตามวิธีการมัดสายที่ผู้ผลิตแนะนำมีความมั่นคงถาวรไม่หลุดง่าย และต้องสัมผัสกับวัตถุระเบิดที่จะทำการจุดระเบิดเสมอ

16. ภายหลังจากการอัดระเบิดเสร็จแล้วหากมีวัตถุระเบิดเหลือให้รีบนำไปเก็บในที่ที่ปลอดภัยโดยเร็ว

 

ตารางที่ 2 ระยะห่างจากเครื่องวิทยุ

 

กำลังเครื่องส่งวิทยุ (วัตต์)

ระยะใกล้ที่สุดที่กำหนดให้ (ฟุต)

  5 – 25

25 – 50

  50 – 100

100 – 250

250 – 500

   500 – 1,000

1,000 – 2,500

2,500 – 5,000

5,000  – 10,000

10,000 – 25,000

25,000 – 50,000

50,000  – 100,000

100

150

220

350

450

650

1,000

1,500

2,200

3,500

5,000

7,000

 

 

3.8 การจุดระเบิด

1.   ก่อนที่จะทำการจุดระเบิด จะต้องแจ้งให้ผู้ที่อยู่ในบริเวณที่จะทำการระเบิดทราบล่วงหน้าเพื่อให้หลบไปอยู่ในที่หลบภัยที่สามารถป้องกันอันตรายจากดินหรือหินที่อาจปลิวออกไปโดนได้

2.    ปิดกันถนนและเส้นทางเข้าสู่หน้างานระเบิดทุกทาง

3.   ให้มีป้ายบอก  “ อันตรายบริเวณ มีการระเบิดหิน ระหว่างเวลา......ถึงเวลา..... ” และมีธงแดง หรือคนถือธงแดง คอยให้สัญญาณ หยุดการจราจร จากทุกสายที่จะผ่านบริเวณ ที่ทำการระเบิด

4.   อย่าทำการระเบิดจนกว่าผู้ที่รับผิดชอบการจุดระเบิดจะแน่ใจว่าทุกคนที่อยู่ได้ออกไปอยู่ในที่หลบภัย และได้นำวัตถุระเบิดที่เหลือไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว

5.   ห้ามถือแท่งดินระเบิดที่เป็นตัวไพรเมอร์ไว้ในขณะจุดสายชนวน

6.   อย่าจุดสายชนวนด้วยกระดาษ และอย่าจุดสายชนวนจนกว่าจะทำการอุดรูระเบิดให้แน่นดีแล้ว

7.   ผู้ที่รับผิดชอบในการระเบิดจะต้องเป็นคนตรวจสอบความเรียบร้อยและออกไปให้พ้นบริเวณที่ทำการระเบิดเป็นคนสุดท้าย

8.   ผู้ที่รับผิดชอบในการจุดระเบิดเท่านั้นที่จะเป็นผู้ให้สัญญาณในการจุดระเบิด

9.   ก่อนที่จะทำการจุดระเบิดต้องให้สัญญาณเสียแจ้งให้ทราบโดยทั่วถึงกันและหลังจากการระเบิดแล้วจะต้องให้สัญญาณอีกครั้งหนึ่ง เป็นการแจ้งให้ทราบว่าทุกสิ่งทุกอย่างปลอดภัยแล้ว

10. ห้ามจุดระเบิด ในเวลากลางคืน หรือหลังจากที่พระอาทิตย์ ตกดินแล้ว

11. ห้ามจุดระเบิด ณ จุดที่อยู่ด้านหน้าของทิศทางการระเบิดของหิน

3.9 การตรวจสอบหลังจากการจุดระเบิด

1.   ก่อนที่จะอนุญาตให้มีการทำงานที่หน้างานต่อไป ต้องมีการตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีระเบิดด้านเหลืออยู่หรือไม่มีบริเวณที่อาจมีหินค้างอยู่และอาจตกลงมาเป็นอันตรายแก่คนงาน ทั้งนี้ให้ใช้บุคคลที่มีความรู้ความชำนาญและมีประสบการณ์ในการตรวจสอบ หน้างานระเบิด

2.   อย่ากลับเข้าไปในบริเวณที่มีการระเบิดจนกว่าฝุ่นและควันจะจางหายไปหมด

3.   หลังจากการจุดระเบิด จะต้องถอดสายจุดระเบิดออกจากเครื่องจุดระเบิดแล้วทำการลัดวงจรสายจุดระเบิดทันที

4.   สายไฟที่ใช้ในการจุดระเบิดไม่ควรแกะอุปกรณ์ลัดวงจนที่หุ้มปลายสายแก๊ปออกและที่สายต่อควรลัดวงจนไว้ก่อนทั้งนี้จนกว่าจะถึงเวลาต่อสายจริง

5.   สายไฟฟ้าทุกชนิด จะต้องนำไปไว้ให้ห่างจากแก๊ปไฟฟ้าหรือรูที่บรรจุวัตถุระเบิดจนกว่าจะถึงเวลาที่จะทำการจุดระเบิด

6.   ห้ามนำสายไฟที่ชำรุดมาใช้ในวงจรระเบิด

7.   อย่าให้สายไฟในวงจรระเบิดไปถูกกับสายไฟหรือวัตถุอื่นใดที่อาจจะมีกระแสไฟฟ้าเดินผ่านได้

8.   ห้ามดึงสายไฟออกจากแก๊ปไฟฟ้า

 

3.10    ระเบิดด้าน

1.   ระยะเวลาการรอระเบิดด้าน หากสงสัยว่าจะมีระเบิดด้านเกิดขึ้น ห้ามเข้าไปในหน้างานระเบิดภายในระยะเวลา

-         30 นาทีสำหรับการจุดระเบิดด้วยเชื่อปะทุชนิดธรรมดาและสายชนวน

-         15 นาทีสำหรับการจุดระเบิดด้วยเชื่อปะทุชนิดอื่น

2.   การจัดการกับระเบิดด้าน

-     ต้องมีการตรวจสอบหน้างานระเบิดและกองหินที่ได้จากการระเบิดเพื่อมองหาระเบิดด้านทุกครั้งก่อนที่จะอนุญาตให้มีการตักและขนส่งแร่หรือหิน

-     การกู้ระเบิดด้านที่หน้างานต้องใช้คนงานที่มีหน้าที่ในการกู้ระเบิดด้านเท่านั้น ห้ามใช้คนงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการกู้ระเบิดด้าน

-     กรณีที่ไม่สามารถกู้ระเบิดด้านได้หมด ต้องมีการปิดป้านประกาศเป็นเขตห้ามเข้าและรีบรายงานให้ผู้จัดการเหมืองทราบในทันที

-     หากมีระเบิดด้านเกิดขึ้นต้องรีบรายงานให้ฝ่ายบริหารทราบภายในกะนั้นๆ หรือให้รายงานให้ผู้ควบคุมทราบเพื่อจะได้พิจารณาหาวิธีปลอดภัยจัดการกับวัตถุระเบิดที่ด้านนั้นต่อไป

3.   การระเบิดทำลายวัตถุระเบิดที่ด้านจะทำได้ก็ต่อเมื่อเห็นว่าไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใด

4.   หากมีความจำเป็นที่จะต้องไปทำไพรเมอร์ใหม่ ต้องเอาดินทรายหรือวัตถุอื่นใดที่อุดรูระเบิดอยู่ออกให้หมดเสียก่อน จะใช้ลมหรือน้ำพ่นลงไปก็ได้

ถ้าพนักงานระเบิดได้ทำการบรรจุระเบิดและไพรเมอร์ลงในรูระเบิด การกระทุ้งและการอุดปากรูอย่างถูกต้องรอบคอบและวัตถุระเบิดนั้นไม่เสื่อมคุณภาพแล้วโอกาสที่วัตถุระเบิดจะด้านนั้นมีน้อยมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม บางครั้งก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นผู้ควบคุมการระเบิดจะต้องรู้วิธีแก้ไขไม่ให้เป็นอันตราย และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

3.10.1  ข้อที่ควรระวังโดยทั่ว ๆ ไป

ในกรณีที่ระเบิดด้าน เมื่อจุดระเบิดด้วยสายชนวนธรรมดาหรือสายชนวนที่ใช้แก๊ปสายชนวนกระตุ้น ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในบริเวณจุดระเบิดก่อน 30 นาที หลังจากการจุดระเบิดแล้วส่วนเมื่อใช้แก๊ปไฟฟ้าธรรมดาอาจจะเข้าไปในบริเวณที่มีการระเบิดด้านนั้นได้ก็ต่อเมื่อถอดขั้วต่อออกจากเครื่องจุดระเบิดและภายหลังจากที่จุดแล้ว 10 นาที

เมื่อตรวจพบรูที่ด้านก็ต้องไม่ดึงสายชนวนหรือสายแก๊ปออกจากรูและเจาะซ้ำเข้าไปในรูที่มีการระเบิดอยู่ หรือทำการใด ๆ เพื่อหาทางเอาวัตถุระเบิดออกจากรู ภายหลังจากการระเบิดถ้าพบรอยเจาะเก่าหรือก้นรูเหลืออยู่ก็ต้องไม่บรรจุระเบิดลงไปเพื่อระเบิดซ้ำ หรือเจาะรูในครั้งต่อไปควรเจาะให้ห่างจากก้นรูเดินอย่างน้อย 6 นิ้ว และถ้าเป็นการเจาะปล่องหรืออุโมงค์ ก่อนการเจาะในครั้งต่อไปควรฉีดล้างบริเวณหน้าหินที่จะเจาะเพื่อตรวจหาก้นรูเก่า ๆ เสียก่อน และอย่าเจาะซ้ำลงไปในรู้เหล่านั้นเด็ดขาด

3.10.2  การตรวจดูบริเวณระเบิด

เมื่อจุดระเบิดและรู้ว่ามีระเบิดด้าน เมื่อรอจนเวลาที่กำหนดไว้นั้นผ่านพ้นไปแล้ว จึงจะเข้าไปในบริเวณที่ระเบิดได้

1.         ระเบิดด้านเนื่องจากรูที่อยู่ใกล้เคียงกันระเบิดก่อน เมื่อระเบิดด้านเนื่องจากรูที่อยู่ใกล้เคียงระเบิดก่อนและทำให้วัตถุระเบิดที่อยู่ตอนบนของรูนั้นกระเด็นออกไปกับหินก่อนที่จะเกิดการระเบิด ก็ควรตรวจบริเวณใกล้เคียงเพื่อเก็บวัตถุระเบิดที่กระเด็นออกไป เพราะอาจจะเป็นอันตรายแก่ผู้ที่มาตักและขนหินในภายหลัง ถ้าเป็นระเบิดแอมโมเนียมไนเตรด น้ำมันดีเซลก็อาจจะใช้น้ำฉีดไปตามบริเวณเพื่อชะล้างให้ละลายไปกับน้ำเสียก่อน

2.         เมื่อจุดระเบิดด้วยไฟฟ้าควรปฏิบัติดังนี้

2.1 ถอดขั้วของสายจุดระเบิดออกจากเครื่องจุดระเบิดหรือสวิทซ์ที่ใช้จุดระเบิดก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณจุดระเบิด

2.2 ไม่ดึงสายแก๊ปออกจากรูที่ด้าน

2.3       ถ้าสายแก๊ปทั้ง 2 สายยังอยู่ก็ให้ต่อสายออกมายังที่ที่ถือว่าปลอดภัยเพื่อตรวจวงจรด้วยเครื่องวัดวงจร ถ้าวงจรระเบิดยังไม่ขาดก็ตรวจสายจุดระเบิดก่อนแล้วค่อยต่อวงจรเพื่อจุดระเบิดอีกครั้ง ถ้ายังคงด้านไม่ระเบิดก็ต้องปฏิบัติตามกฎที่กล่าวไว้ในข้อที่ควรปฏิบัติโดยทั่วไปเสียก่อน

3.         เมื่อจุดระเบิดโดยใช้สายชนวนและแก๊ปธรรมดา ถ้าระเบิดด้านเพราะสายชนวนถูกตัดขาดหรือทำลายแต่ยังมีส่วนที่ใช้ได้เหลืออยู่นั้นสั้นเกินไปก็อาจจะจุดระเบิดโดยใช้หลอดจุดระเบิดหรือใช้สายจุดระเบิดกับหลอดจุดระเบิด

3.10.3  วิธีปฏิบัติทั่วไป

เมื่อปฏิบัติตามที่กล่าวข้างบนแล้วแต่ไม่สามารถทำให้วัตถุระเบิดระเบิดได้ หรือไม่เหมาะที่จะใช้วิธีดังกล่าว ก็อาจจะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้

1.         เอาดินหรือทรายที่อุดปากรูออก อาจจะทำได้โดยใช้น้ำฉีดหรือใช้ท่อทองแดงเป่าเอาดินออกพร้อมกับเปิดน้ำจากสายยางลงไปในรู ท่อเป่าลมนี้ควรจะมีไว้เสมอเพราะนอกจากจะใช้งานกู้ระเบิดแล้วยังอาจจะใช้เป่าฝุ่นและนำออกจากรูก่อนการบรรจุระเบิดได้ด้วย ถ้าไม่มีทั้งน้ำฉีดหรือลมอัดก็อาจจะใช้น้ำเทลาดดินที่อุดปากรูและใช้ไม้ตัดหรือคุ้ยดินขึ้น เมื่อตักดินที่อุดปากรูออกหมดแล้วก็บรรจุไพรเมอร์และวัตถุระเบิดลงไปใหม่พร้อมกับอุดรูให้แน่นและทำการระเบิดอีกครั้ง เนื่องจากเพิ่มปริมาณวัตถุระเบิดลงไปในรูมากหรือหน้าดินที่ยังไม่ระเบิดนี้ก็อาจจะเหลืออยู่ไม่มาก ดังนั้นในขณะระเบิดจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องหินกระเด็นที่จะกระเด็นไกลกว่าที่ควร ถ้าเป็นระเบิดแอมโมเนียมไนเตรดควรใช้น้ำฉีดให้ระเบิดที่อยู่ในรูละลายไปกับน้ำเพราะปลอดภัยมากกว่า

2.         ขณะระเบิดรูใหม่ที่เจาะข้างเคียงกับรูที่ด้าน การเจาะรูใหม่ในบริเวณข้างเคียงกับรูที่ระเบิดด้านต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และถ้าเป็นรูที่ค่อยข้างใหญ่ก็ควรห่างจากรูเดิมอย่างน้อย 3 ฟุต และไม่ลึกจนเกินไป ถ้ารูที่ด้านใช้แก๊ปไฟฟ้า ก่อนที่จะจุดระเบิดรูใหม่ควรมัดปลายสายแก๊ปของรูที่ด้านเข้ากับต่อไม้หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ยึดแน่นกับดินที่อยู่ใกล้กับ   ปากรู ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะค้นหาแก๊ปนั้นได้งาน ถ้าระเบิดในรูนั้นด้านไม่ระเบิดตามไปกับรูใหม่

3.10.4  วิธีป้องกันไม่ให้ระเบิดด้าน

เมื่อระเบิดด้าน ผลที่ได้รับนอกจากจะเป็นการเสี่ยงอันตรายในการแก้ไขแล้ว ยังต้องเสียเวลาในการทำงานเป็นอันมาก ดังนั้นจึงต้องพยายามอย่าให้มีขึ้นได้ ข้อปฏิบัติดังกล่าวข้างล่างนี้จะทำให้ระเบิดด้านน้อยครั้งลง คือ

 

1.   เมื่อใช้แก๊ปและสายชนวน

1.1       ต้องไม่ใช้วัตถุระเบิด แก๊ป หรือสายชนวนที่เสื่อมคุณภาพ

1.2       ก่อนหนีบแก๊ปเข้ากับสายชนวนต้องเอาผงหรือขี้เลื่อยออกจากแก๊ปให้หมด โดยคว่ำแก๊ปและกระแทกค่อย ๆ กับฝ่ามือ

1.3       ต้องมีการทดสอบอัตราความเร็วในการไหม้ไฟของสายชนวนทุกม้วนก่อนนำไปใช้งาน  การจุดระเบิดโดยใช้สายชนวนและเชื้อปะทุต้องใช้สายชนวนที่มีความยาวและมีระยะเวลาการไหม้ไฟนานพอที่จะทำไห้มีเวลาออกไปจากพื้นที่หน้างานระเบิดได้อย่างปลอดภัยตามตารางต่อไปนี้

ตารางแสดงจำนวนรูระเบิดในแต่ละครั้งของการระเบิดกับระยะเวลาขั้นต่ำการไหม้ไฟของสายชนวน

จำนวนรูระเบิดในแต่ละครั้งของการระเบิด

ระยะเวลาขั้นต่ำการไหม้ไฟของสายชนวน

1

2 นาที

2-5

2 นาที 40 วิทาที

6-10

3 นาที 20 วิทาที

11-15

5 นาที

 

- ตัวอย่างเช่นหากจุดระเบิด 1 รูระเบิด ใช้สายชนวนที่มีอัตราการไหม้ไฟ 40 วินาทีต่อฟุต ความยาวไม่น้อยกว่า 36 นิ้ว หรือใช้ ใช้สายชนวนที่มีอัตราการไหม้ไฟ 30 วินาทีต่อฟุต ความยาวไม่น้อยกว่า 48 นิ้ว ทั้งนี้เพื่อให้มีเวลานามพอที่จะอพยพคนจุดสายชนวนไปหลบอยู่ในที่ที่ปลอดภัย

-หากหินปลิวจากการระเบิดจากรูระเบิดรูหนึ่งมีโอกาสไปทำให้สายชนวนของรูใกล้เคียงขาดได้ต้องมีการเผื่อเวลาการไหม้ไฟของสายชนวยเอาไว้ให้สายชนวนไหม้ไฟลงไปในรูระเบิดเสียก่อนที่จะไห้มีการระเบิดของรูแรก

1.4       การตัดสายชนวนเพื่อต่อเข้ากับแก๊ปก็ต้องตัดปลายให้ตั้งตรงและก่อนที่จะหนีบเข้ากับแก๊ปเพียงเล็กน้อยอย่าให้ปลายเปียกชื้น

1.5       ควรหนีบแก๊ปเข้ากับสายชนวนจะต้องใช้คีมหรือเครื่องหนีบที่ทำไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะอย่าใช้ฟันขบ

1.6       ถ้ารูเปียกจะต้องทาหรือชุบข้อต่อระหว่างแก๊ปกับสายชนวนด้วยสารกันน้ำ เช่น ชุบขี้ผึ้งหรือครั่ง และใช้สายชนวนประเภทที่กันน้ำได้ดี ส่วนวัตถุระเบิดก็ต้องเป็นแบบที่กันน้ำได้

1.7       การทำไพรเมอร์ต้องใช้แก๊ปฝังตัวอยู่ในเจลิกไนท์และมัดกระดาษห่อปลายขอวัตถุระเบิดเข้ากับสายชนวนและในขณะบรรจุก็อย่าให้สายชนวนพับหรืองอ

1.8       การอัดกระทุ้งรูก็ต้องระมัดระวังอย่าให้สายชนวนฉีดขาด

2.   เมื่อใช้แก๊ปไฟฟ้า

2.1       การทำไพรเมอร์ต้องให้แก๊ปฝังอยู่ในเจลิกไนท์และมัดสายแก๊ปเข้ากับแท่งวัตถุระเบิดที่ใช้ทำไพรเมอร์

2.2       การอัดกระทุ้งรูต้องระมัดระวังอย่าให้สายแก๊ปในรูฉีกขาดได้

2.3       การต่อสายหรือวงจรระเบิดต้องใช้สายต่อที่มีขนาดไม่เล็กจนเกินไป และต้องต่อให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้สะดวก ถ้าพื้นแฉะก็ต้องใช้อุปกรณ์มาห่อหุ้มข้อต่อและใช้เทปพันข้อต่อหรือแขวนข้อต่อให้พ้นจากที่ชื้นแฉะหรือที่เป็นสื่อไฟฟ้าต่าง ๆ

2.4       เครื่องจุดระเบิดต้องอยู่ในสภาพที่ดี สามารถจุดแก๊ปในวงจรได้ทั้งหมด

2.5       ก่อนอื่นต้องใช้เครื่องตรวจสอบวงจรวัดวงจรของแก๊ปที่จะนำมาใช้งาน ส่วนสายจุดระเบิดและวงจรระเบิดที่ต่อเสร็จก็ต้องทำการตรวจสอบวัดก่อนการระเบิดทุกครั้ง

2.6       อย่าใช้แก๊ปต่างชนิดหรือต่างยี่ห้ออยู่ในวงจรระเบิดอันเดียวกัน

3.   เมื่อใช้แก๊ปหน่วงเวลาไม่ใช้ไฟฟ้า

3.1 ตรวจสอบสายของแก๊ปว่ามีจุดพับหรือง้อที่จุดใด มีการฉีดขาดหรือไม่

3.2 การอัดกระทุ้งรูต้องระมัดระวังอย่าให้สายแก๊ปในรูฉีกขาดได้

3.3 การต่อสายหรือวงจรระเบิดต้องใช้สายต่อที่มีขนาดไม่เล็กจนเกินไป และต้องต่อให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้สะดวก ถ้าพื้นแฉะก็ต้องใช้อุปกรณ์มาห่อหุ้มข้อต่อและใช้เทปพันข้อต่อหรือแขวนข้อต่อให้พ้นจากที่ชื้นแฉะหรือที่เป็นสื่อไฟฟ้าต่าง ๆ

3.4 อย่าใช้แก๊ปต่างชนิดหรือต่างยี่ห้ออยู่ในวงจรระเบิดอันเดียวกัน

3.5 ควรใช้แก๊ปให้หมดก่อนวันหมดอายุที่กำหนดให้ หรือควรสั่งแก๊ปมาจำนวนเหมาะสมกันที่ใช้งานในแต่ละครั้ง

4. คุณสมบัติของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับผสมแอมโมเนียมไนเตรท

4.1 ห้ามใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีจุดลุกไหม้ต่ำกว่าจุดลุกไหม้ของน้ำมันดีเซลเบอร์ 2 คือจุดลุกไหม้ที่ 125 องศาฟาเรนไฮ เช่นน้ำมันเบนซิน ผสมแอมโมเนียมไนเตรทเพื่อทำ แอนโฟ่ (ANFO)

4.2 ห้ามใช้เศษน้ำมันรวมถึงเศษน้ำมันเครื่องจากเครื่องยนต์ผสมแอมโมเนียมไนเตรทเพื่อทำ แอนโฟ่ (ANFO)

 

3.11    วิธีทำลายวัตถุระเบิด

หากต้องการจะทำลายวัตถุระเบิดจำนวนมาก ๆ แต่ขาดผู้ที่มีประสบการณ์หรือผู้ที่มีความสามารถในการนี้ หรือมีปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยในการที่จะจุดการทำลายวัตถุระเบิด ให้รอไว้ก่อนจนกว่าจะได้ปรึกษากับผู้แทนจำหน่ายวัตถุระเบิดนั้น

หากมีการเผาวัตถุระเบิดหรือสงสัยว่าจะมีการเผาวัตถุระเบิดเกิดขึ้นในบริเวณหน้าเหมืองต้องมีการอพยพคนงานออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย และห้ามกลับเข้ามาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากที่คาดว่าวัตถุระเบิดจะเผาไหม้หมดแล้ว

ให้ใช้ความระมัดระวังเมื่อจะทำลายวัตถุระเบิดหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการระเบิด เพราะอาจจะเกิดการระเบิดขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ สถานที่จะทำลายควรให้อยู่ห่างจากบ้านเรือน ทางรถไฟ ทางหลวง หรือสถานที่ที่มีผู้คนมาชุมนุมกัน ในการทำลายแต่ละครั้งให้ทำลายวัตถุระเบิดชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น ไดนาไมท์ ดินดำสายชนวนระเบิด หรือสายชนวนธรรมดา หากจะนำไปเผาให้ตรวจดูให้แน่ว่าไม่มีเชื้อประทุติดไปด้วยเพราะในการเผาหากมีแก๊ปชนิดใดก็ตามติดเข้าไป จะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น

ไดนาไมท์ที่เสื่อมสภาพ เช่น มีการแข็งตัว สีเปลี่ยนไป นิ่มเกินไป หรือมีการไหลซึม ควรนำไปทำลายเสีย และถ้าปรากฏว่าไหลซึมมาก จนถึงกับเปียกขี้เลื่อยที่รองก้นลัง หรือเปียกลังแล้วอย่านำไปใช้และแตะต้อง นอกจากจะอยู่ในความควบคุมของผู้แทนจำหน่ายวัตถุระเบิดนั้น ไดนาไมท์ที่ชื้นมาก ๆ ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้ ควรทำลายทันที วิธีที่จะทำลายไดนาไมท์ที่ดีที่สุดคือนำไปเผา ซึ่งอาจจะทำได้โดยไม่มีอันตรายแต่อย่างใด หากใช้ความระมัดระวังพอสมควร ไดนาไมท์ที่จะนำไปเผาครั้งหนึ่งควรไม่เกิน 100 ปอนด์ จำนวนนี้ย่อมขึ้นกับสถานที่ที่จะนำไปเผา เจลาตินที่กำหนดให้ใช้สำหรับเหมืองถ่านหินมักจะปะทุเมื่อถูกเผา ดังนั้นในการเผาแต่ละครั้ง จึงไม่ควรให้เกิน 10 ปอนด์ ถ้ามีการเผามากกว่า 100 ปอนด์ก็ต้องเผามากกว่า 1 ครั้ง การเผาแต่ละครั้งต้องหาที่ใหม่อย่าให้ซ้ำที่กัน เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้ หากนำไดนาไมท์ไปวางไว้บนที่ที่ยังร้อนอยู่เนื่องจากการเผาครั้งก่อน ในทันทีที่ไดนาไมท์ไหม้หมดแล้วก็ควรไถบริเวณที่เผาทั้งหมด เพราะสิ่งที่เหลือจากการเผาไหม้นั้นมีวัตถุธาตุบางชนิดที่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงหากกินเข้าไป

ไม่ควรเผาไดนาไมท์ทั้งลังหรือเป็นกองสูง ๆ ก่อนเผาให้นำออกจากลังโดยใช้เครื่องมือเปิดที่ทำด้วยไฟเบอร์ ยาง หรือไม้ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากปรากฏรอยรั่วซึม ให้นำแท่งดินระเบิดออกจากลัง ผ่าตามยาว แล้ววางบนกระดาษหรือฝอยที่ใช้ในการบรรจุหีบห่อ ซึ่งวางอยู่บนพื้นดินอีกทีหนึ่ง การวางให้สูงเกิน 2 หรือ 3 นิ้ว ไดนาไมท์บางชนิดจุดยากมาก จำเป็นต้องมีวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงวางไว้ข้างใต้ ถ้าเปียกจะไม่ค่อยติดไฟ ควรใช้น้ำมันก๊าดราดลงไปเล็กน้อย แล้วจุดด้วยกระดาษหรือขี้กบ ให้ห่างจากกองวัตถุระเบิดหลาย ๆ ฟุต ก่อนที่ไปจะลามไปถึง ทั้งนี้เพื่อให้คนจุดมีเวลาหลบออกไปให้พ้นอันตราย หากจะมีการระเบิดขึ้น เชื้อไฟที่จุดนั้น ควรวางให้สามารถจุดทางใต้ลมได้ด้วย เมื่อจุดแล้วให้ทุกคนหลบออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย จนกว่าไดนาไมท์จะไหม้หมด

สายชนวนระเบิด วิธีที่ควรใช้ในการทำลายสายชนวนระเบิดก็คือนำไปเผา แต่อย่าเผาทั้งขดต้องคลี่ออกเสียก่อน แล้วนำไปวางเรียงกันบนกระดาษหรือฟางให้ขนานกัน และห่างกันประมาณ ½ นิ้วหรือมากกว่านั้น

ดินดำ วิธีที่ดีที่สุดในการทำลายก็คือ นำไปทิ้งแม่น้ำหรือในแอ่งน้ำกว้าง ๆ ดินดำที่เป็นเม็ดต้องแกะออกจากห่อเสียก่อน เพื่อทำลายได้เร็วขึ้น แต่ต้องระวังอย่าให้ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดหรือกฎหมายที่คุ้มครองแหล่งน้ำ

เชื้อประทุ แก๊ปไฟฟ้า แก๊ปธรรมดา หรือแก๊ปไฟฟ้าชนิดถ่วงเวลาที่เสื่อมคุณภาพเพราะเก่าหรือเก็บไว้ไม่ดี หรือเคยจมน้ำเช่นเวลาน้ำท่วม ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้ ควรทำลายเสียไม่ต้องไปคำนึงถึงว่าแห้งแล้วใช้ได้ ในบางครั้งเปลือกของแก๊ปที่เปียกน้ำมัน เมื่อแห้งจะมีลักษณะผุกร่อน แก๊ปเช่นนี้มีอันตรายมากอย่าไปแตะต้อง จนกว่าจะได้ปรึกษาผู้แทนจำหน่าย

วิธีใช้ในการทำลายเชื้อประทุโดยทั่ว ๆ ไป มักจะระเบิดเชื้อประทุด้วยไดนาไมท์ภายในที่จำกัด ซึ่งจะได้อธิบายต่อไป อย่าทิ้งเชื้อประทุลงไปในทะเลสาบหรือแอ่งน้ำแคบ ๆ เช่น แม่น้ำ ลำธาร สระน้ำ บ่อน้ำ ขุมเหมือง

ในการระเบิดแก๊ปธรรมดาควรระเบิดทั้งกล่อง โดยเปิดฝากล่องออก ถ้าไม่อาจทำได้ให้ใส่ในกล่องเล็ก ๆ หรือในถุง ขุดรูลงในดิน หรือถ้าเป็นทรายแห้งได้ก็ยิ่งดีให้ลึกอย่างน้อย 1 ฟุต วางกล่องที่ใส่แก๊ปลงไปที่ก้นรู ใช้ได้นาไมท์ประมาณ ½ ปอนด์ทำเป็นไพรเมอร์ จะใช้แก๊ปไฟฟ้าหรือแก๊ปธรรมดาก็ได้ ใช้กระดาษคลุมแก๊ปและตัวไพรเมอร์แล้วใช้ทรายแห้ง ๆ หรือดินร่วน ๆ คลุมอีกชั้นหนึ่ง แล้วทำการจุดระเบิดในระยะที่ปลอดภัย อย่าระเบิดแก๊ปครั้งหนึ่ง ๆ มากกว่า 100 นัด ภายหลังจากการระเบิดให้สำรวจดูว่าทำการระเบิดได้ละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีแก๊ปที่ไม่ระเบิดหลงเหลืออยู่ ถ้าจะใช้รูเดิมที่ทำการระเบิดแก๊ปครั้งต่อไปก็ควรรอให้เย็นเสียก่อน

ในการทำลายแก๊ปไฟฟ้าหรือแก๊ปไฟฟ้าชนิดถ่วงเวลา ในชั้นแรกต้องตัดสายแก๊ปออกเสียก่อนให้เหลือเพียง 1 นิ้ว โดยตัดด้วยกรรไกรตัดสังกะสี ให้ตัดครั้งละ 1 นัด บรรจุแก๊ปลงในกล่องหรือถุงกระดาษจำนวนไม่เกิน 100 นัด ใช้ไดนาไมท์ประมาณ ½ ปอนด์และแก๊ปไฟฟ้าเป็นตัวไพรเมอร์ และให้ใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกับการทำลายแก๊ปธรรมดา

แก๊ปไฟฟ้าสำหรับจุดระเบิดดินดำ และแก๊ปไฟฟ้าสำหรับจุดระเบิดดินดำชนิดถ่วงเวลา ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการทำลายแก๊ปไฟฟ้า

ข้อกำหนดสำหรับการใช้วัตถุระเบิดเฉพาะในงานใต้ดิน

-ห้ามทำการผสมวัตถุระเบิดที่บริเวณหน้างานใต้ดินยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ การขออนุญาตผสมวัตถุระเบิดที่หน้างานใต้ดิน ต้องระบุโอกาสที่จะได้รับอันตรายเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่

-     ที่ตั้งของบริเวณที่เก็บวัตถุระเบิดและวิธีการเก็บวัตถุระเบิด

-     การขนส่งและการใช้วัตถุระเบิด

-     ธรรมชาติหรือคุณสมบัติของวัตถุระเบิดโดยเฉพาะความไวในการจุดระเบิด

-     ปัจจัยอื่นๆที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อคนงานขณะทำการผสมวัตถุระเบิดที่หน้างานใต้ดิน

-     สถานที่เก็บส่วนผสมของวัตถุระเบิดต้องมีการป้องกันให้พ้นจากการรั่วไหลของส่วนผสมที่เป็นของเหลว

ดินดำ

                        -ห้ามใช้ดินดำสำหรับการระเบิดในเหมืองแร่ทั่วไป ยกเว้นเพื่อการระเบิดในเหมืองที่จำเป็นต้องใช้ดินดำในการออกแบบการเจาะระเบิดเท่านั้นเช่นการระเบิดเพื่อการผลิตหินประดับชนิดหินอ่อน หรือหินแกรนิต

-     ภาชนะสำหรับบรรจุดินดำต้องมีคุณสมบัติดังนี้

-     ไม่สามารถทำให้เกิดเปลวไฟได้

-     เป็นภาชนะปิดมิชิดขณะขนส่งดินดำ

-     ต้องเก็บในภาชนะปิดมิดชิดและมั่นคงขณะที่ดินดำ

-     อยู่ห่างจากเปลวไฟเปิดในรัศมี 15 เมตร

-          เก็บไว้ในอาคารที่มีเชื้อเพลิงหรือมีเครื่องทำความร้อนภายในตัวอาคาร

-     เก็บในบริเวณที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือวัตถุชนิดอื่นๆที่สามารถกระทบกันแล้วทำให้เกิดเปลวไฟและอาจทำให้ดินดำเกิดการระเบิดขึ้นได้

-     การเปิดภาชนะใส่ดินดำต้องทำเฉพาะเวลาที่จะบรรจุดินดำใส่รูระเบิด หรือการบรรจุดินดำใส่ภาชนะอื่นและต้องทำในบริเวณที่ไม่ระบุระบุไว้ข้างต้นเท่านั้น

-     การผ่องถ่ายดินดำจากภาชนะหนึ่งไปยังอีกภาชนะหนึ่งหรือการบรรจุลงในรูระเบิดต้องททำโดยการเทเท่านั้น

-     การทำความสะอาดดินดำที่หกเรี่ยราดขณะเทลงภาชนะหรือขณะเทลงรูระเบิดต้องใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ไม่สามารถทำให้เกิดเปลวไฟ อุปกรณ์ทำความสะอาดที่เปื้อนดินดำ หรือบริเวณที่เปื้อนด้วยดินดำต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยโดนใช้น้ำในการทำความสะอาดเท่านั้น

-     การทำความสะอาดรูระเบิดดินดำที่ด้านให้ใช้น้ำล้างดินดำและวัสดุปิดปากรูระเบิด

-     การอัดดินดำใหม่เข้าไปในรูระเบิดที่ด้านต้องทำภายหลังการกู้ดินดำออกแล้วไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง

ไฟฟ้ารั่ว

การอัดระเบิด

- หากสงสัยว่าจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วเกิดขึ้นขณะอัดระเบิดให้รีบหยุดการอัดระเบิดไว้ก่อนแล้วรีบแก้ไขและมีการตรวจสอบได้ว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วไม่เกิน 0.05 แอมแปร์ ไหลผ่านเชื้อปะทุไฟฟ้าที่มีความต้านทาน 1 โอห์ม หากวัดกระแสฟ้ารั่วได้มากกว่านี้ ต้องค้นหาแหล่งที่มาของกระแสฟ้ารั่วให้พบแลพห้ามอัดระเบิดจนกว่าจะแก้ไขให้แล้วเสร็จ

การต่อสายดินหรือการให้วงจรระเบิดแตะดิน

- ห้ามไม่ให้ต่อสานดินวงจรระเบิด หรือเครื่องจุดระเบิดเชื้อปะทุไฟฟ้า หรือให้วงจรระเบิดแตะพื้นดิน

ไฟฟ้าสถิตที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการอัดระเบิด

 - เมื่อมีการอัดระเบิดลงสู่หลุมระเบิดโดยใช้ลมซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตขึ้นได้ต้องปฏิบัติดังนี้ประเมินศักยภาพหรือโอกาสที่จะมีไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้นหากเห็นว่ามีโอกาสที่จะเป็นอันตรายต้องทำการแก้ไขก่อนที่จะให้มีการอัดระเบิด

-ท่อสำหรับบรรจุวัตถุระเบิดลงในรูต้องทำด้วยวัสดุที่เป็นกึ่งตัวนำไฟฟ้า มีความต้านทานไฟฟ้าไม่เกิน 2 เมกกาโอห์มตลอดความยาวของท่อ และมีความต้นทานไม่น้อยกว่า 1 พัน โอห์มต่อความยาว 1 ฟุต

-ห้ามใช้ท่อโลหะในการบรรจุวัตถุระเบิดลงในรู

-ห้ามไม่ให้ส่วนที่นำไฟฟ้าของเครื่องอัดระเบิดแตะดินหรือไปแตะท่อสำหรับอัดระเบิดขณะทำการอัดระเบิดทั้งนี้เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วจากแหล่งอื่นไหลเข้าสู่วงจรระเบิด

-หากมีการใช้เชื้อปะทุไฟฟ้าในการจุดระเบิดดห้ามใช้ท่อพลาสติกบุผนังรูระเบิด

การเว้นช่องว่างระหว่างวงจรระเบิดกับแหล่งให้พลังงานไฟฟ้า

- การจุดระเบิดโดยเชื้อปะทุไฟฟ้าต้องเว้นช่องว่างระหวางวงจรระเบิดกับแหล่งให้พลังงานไฟฟ้า

ชนิดใดๆ ไม่น้อยกว่า 15  ฟุต หรือประมาณ 5 เมตร

 

การจุดระเบิดในงานระเบิดย่อย  (Secondary blasting)

            - หากมีการจุดระเบิดในงานระเบิดย่อยพร้อมกับการระเบิดเพื่อการผลิตหรือเพื่อการพัฒนาหน้าเหมือง ห้ามใช้เครื่องจุดระเบิดจากเครื่องเดียวกันในเวลาเดียวกัน

 

ข้อควรระวังเวลามีฝนฟ้าคะนอง

-ขณะที่มีการทำการใดๆเกี่ยวกัยวัตถุระเบิดเช่นการอัดหรือการต่อวงจรระเบิดที่หน้างานระเบิดอยู่นั้น  หากมีท้องฟ้ามืดคลึ้มหรือมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นให้หยุดการทำงานที่เกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดไว้ก่อนแล้วรีบอพยพคนงานไปอยู่ในที่ปลอดภัย

 

การระมัดระวังสายไฟฟ้าของวงจรระเบิดจากไฟฟ้าสถิตและฟ้ารั่ว

-ต้องใช้ความระมัดระวังไม่ให้สายไฟฟ้าของวงจรระเบิดสัมผัสกับแหล่งให้พลังงานไฟฟ้า หรือแหล่งตัวนำไฟฟ้า ท่อโลหะ รางรถไฟเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้าสถิต และต้องป้องกันไม่ให้วงจรระเบิดได้รับไฟฟ้ารั่ว จากสายไฟฟ้าทั้งชนิดสายไฟฟ้าแรงสูงและสายแรงต่ำ

เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้กับวัตถุระเบิด

-ได้แก่อุปกรณ์ที่ใช้เปิดภาชนะใส่วัตถุระเบิด อุปกรณ์สำหรับเจาะรูของแท่งวัตถุระเบิดแรงสูงสำหรับบรรจุเชื้อปะทุลงไปเวลาทำไพรเมอร์ ต้องเป็นวัสดุที่ไม่ทำให้เกิดเปลวไฟ

-เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับอัดระเบิดในรูระเบิดให้แน่นต้องทำด้วยไม้หรือวัสดุที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้า และเป็นวัสดุที่ไม่ทำให้เกิดเปลวไฟ 

การบำรุงรักษา

อาคารเก็บวัตถุระเบิด

-หากมีการซ่อมแซมอาคารเก็บวัตถุระเบิดโดยมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่อาจทำให้เกิดเปลวไฟเกิดขึ้นต้องขนย้ายวัตถุระเบิดออกไปก่อนการซ่อมแซม หรือเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิดให้ห่างจากจุดที่มีการซ่อมแซมไม่น้อยกว่า 15 เมตร

-อาคารเก็บวัตถุระเบิดต้องสะอาดและเป็นระเบียบเพื่อป้องกันวัตถุระเบิดจุดระเบิดได้เองโดยไม่ตั้งใจ

 

พาหนะที่ใช้บรรทุกวัตถุระเบิดแบบหลวม

ห้ามเชื่อมหรือตัดชิ้นส่วนใดๆของพาหนะที่ใช้บรรทุกวัตถุระเบิดแบบหลวม จนกว่าจะมีการล้างทำความสะอาดวัตถุระเบิดแบบหลวมที่อาจตกค้างอยู่ออกให้หมดเสียก่อน

 

สายไฟหลักสำหรับจุดระเบิด

-ต้องมีการดูแลรักษาสายไฟหลักสำหรับจุดระเบิดด้วยไฟฟ้าเป็นอย่างดี สายไฟต้องอยู่ในสภาพดี และมีฉนวนหุ้มมิดชิดเสมอ ห้ามใช้สายไฟเปลือยมาทำสายไฟหลักสำหรับจุดระเบิด

 

 

 

  1. ข้อกำหนดเกี่ยวกับวัตถุระเบิดตามพ.ร.บ.แร่

1.   จัดให้มีสถานที่เก็บวัตถุระเบิดประกอบด้วยลักษณะดังนี้

1.1  ตัวอาคารต้องทำด้วยวัตถุทนไฟ ป้องกันน้ำและกระสุนปืนได้ และพื้นของสถานที่เก็บวัตถุระเบิดต้องประกอบด้วยวัตถุที่ไม่เกิดประกายไฟ

1.2  ห่างจากโรงเรียนอื่นไม่น้อยกว่า 75 เมตร และห่างจากปล่องอุโมงค์ หรือช่องทางเข้าไปยังที่ทำงานใต้ดินไม่น้อยกว่า 100 เมตร

1.3  มีกุญแจใส่ไว้โดยแข็งแรง

1.4  มีป้ายข้อความว่า “อันตราย – วัตถุระเบิด ” แสดงให้เห็นโดยชัดเขย โดยป้ายพื้นสีขาว ตัวอักษรสีแดง

1.5  มีการระบายอากาศได้ดี

2.   จัดให้สถานที่เก็บดินระเบิดห่างจากสถานที่เก็บเชื้อประทุ หรือสายชนวนไม่น้อยกว่า 30 เมตร และต้องแยกเก็บในสถานที่ดังกล่าว

3.   จัดให้สถานที่เก็บวัตถุระเบิดเป็นสถานที่เก็บวัตถุระเบิดโดยเฉพาะ

4.   ในระยะ 8 เมตร โดยรอบสถานที่เก็บวัตถุระเบิด ต้องไม่มีหญ้าแห้งหรือวัตถุเชื้อเพลิงอื่นใด

5.   จัดให้มีบัญชีแสดงยอดคงเหลือของดินระเบิด เชื้อประทุ และสายชนวนเพื่อแสดงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่

6.   ป้องกันมิให้มีการใช้วัตถุระเบิดที่เสื่อมคุณภาพ

7.   ป้องกันมิให้บุคคลใดนำเชื้อประทุรวมไปกับดินระเบิด

8.   ป้องกันมิให้บุคคลนำโลหะ เครื่องมือประกับด้วยโลหะ น้ำมัน ไม้ขีดไฟ กรด หรือวัตถุทุกชนิดที่ติดไฟง่ายไปกับยานพาหนะที่กำลังบรรทุกวัตถุระเบิด

9.   จัดให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเท่านั้นเข้าไปปฏิบัติงาน

10. ป้องกันมิให้บุคคลใดสูบบุหรี่ในขณะที่ปฏิบัติการใด ๆ เกี่ยวกับวัตถุระเบิด

11. ป้องกันมิให้บุคคลผู้บรรจุรูระเบิดใช้วัตถุอื่นใดนอกจากไม้

12. วัตถุระเบิดที่เหลือใช้จากการระเบิดในวันหนึ่ง ๆ ให้นำกลับสถานที่เก็บโดยพลัน

13. ก่อนทำการระเบิดทุกครั้ง ผู้จุดระเบิดต้องให้สัญญาณอันเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป และหลังจากการระเบิด 15 นาที เป็นอย่างน้อยกับบริเวณที่ระเบิดไม่มีฝุ่นและควัน ต้องให้สัญญาณแจ้งให้ทราบเช่นกันแล้วให้คนงานเข้าไปทำงานได้

14. สายชนวนธรรมดาที่ใช้ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 1 เมตร

15. การขบหลอดเชื้อประทุติดกับสายชนวน ให้ใช้เฉพาะคีมที่ใช้สำหรับการขบเท่านั้น

16. ป้องกันมิให้บุคคลใดนอกจากทองแดงหรือไม้ในการแทงรูที่แท่งดินระเบิดเพื่อใส่เชื้อประทุกับสายชนวน

17. ในการจุดระเบิดด้วยไฟฟ้าต้องปฏิบัติดังนี้

17.1 ต่อลัดวงจรสายทั้งสองของเชื้อประทุไฟฟ้าจนกว่าพร้อมที่จะทำการระเบิด

17.2 ต่อลัดวงจรสายทั้งสองของสายไฟที่จะนำกระแสไฟฟ้าเข้าเชื้อประทุ จนกว่าพร้อมที่จะทำการระเบิด

17.3 เมื่อทำการจุดระเบิดจากวงจรไฟฟ้า ให้ใช้สวิทซ์ไฟฟ้าสองทางและต้องวางให้ห่างจากสถานที่ทำการระเบิดในระยะที่ปลอดภัย และให้ต่อวงจรสายไฟทั้งสองข้างไว้จนกว่าพร้อมที่จะทำการระเบิด

18. หลังจากการจุดระเบิดหากมีระเบิดด้าน ให้ทำการระเบิดทิ้งเสียก่อนที่จะปฏิบัติการ ใด ๆ ในบริเวณนั้น โดยทำการระเบิดใหม่ที่เจาะในแนวขนานรูเดิมห่างออกไปไม่น้อยกว่า  50      เซนติเมตร

19. จัดให้มีป้ายข้อความว่า “ อันตราย – บริเวณทำการระเบิด ” แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งโดยใช้ป้ายพื้นสีขาว ตัวอักษรสีแดงไว้ในระยะรัศมี 100 เมตร โดยรอบที่ทำการระเบิด

 

5.   ข้อเสนอแนะในการออกมาตรการเพื่อการควบคุมผลกระทบจากการใช้วัตถุระเบิดในงานเหมือแร่และเหมืองหินของประเทศไทย

 

1. ข้อแนะนำในการป้องกันผลกระทบจากการใช้วัตถุระเบิด

 1.11 ต้องใช้ความระมัดระวังอย่าให้รูระเบิดมีความเบี่ยงเบนออกไปจากแนวที่ต้องการเจาะมาก

 1.12 ควรออกแบบอนุกรมการจุดระเบิดให้มีระยะเวลาในการจุดระเบิดรวมกันไม่เกิน 1 วินาที

 1.13 ควรลดความถี่หรือจำนวนครั้งของการระเบิด โดยทำการระเบิดครั้งละมาก ๆ แทนการระเบิดครั้งละน้อยๆ แต่ต้องทำบ่อยครั้ง เนื่องจากยิ่งทำการระเบิดบ่อยครั้งมากขึ้น จะมีโอกาสสร้างความรำคาญให้แก่ราษฎรได้มากขึ้น

 1.14 ต้องใช้ความระมัดระวังอย่าให้มีระยะเจาะต่ำกว่าตีนผา (Sub-drilling)  มากเกินไป ควรให้มีค่าไม่เกิน 1ใน 3 ของระยะ ระยะจากรูระเบิดถึงหน้าผา (Burden Distance)

 1.15 ควรให้มีระยะจากรูระเบิดถึงหน้าผา(Burden Distance) น้อยกว่าระยะระหว่างรูระเบิด(Spacing ) เสมอ

 1.16  ต้องใช้ความระมัดระวังในการออกแบบการเจาะระเบิดเป็นพิเศษ ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อผลกระทบด้านเสียง คลื่นอัดอากาศ และหินปลิวจากการระเบิด เช่นไม่ควรหันหน้าระเบิดไปในทิศทางที่เป็นที่ตั้งของอาคารสิ่งปลูกสร้างหรือหน่วยรับผลกระทบ ต้องมีระยะปิดปากรูระเบิด (Stemming Distance) มากขึ้น  ให้มีการเก็บก้อนหินลอยที่วางเกะกะอยู่บนผิวหน้าระเบิด และบริเวณตีนผาออกให้หมดก่อนทำการจุดระเบิดทุกครั้ง และควรหลีกเลี่ยงการระเบิดย่อย  เป็นต้น

 1.17  ในช่วงเริ่มต้นของการทำเหมืองอาจยังไม่คุ้นเคยกับชุมชน ควรออกแบบจุดที่มีการระเบิดให้ไกลจากชุมชนให้มากที่สุดก่อน เมื่อชุมชนมีความคุ้นเคยกับการทำเหมืองได้มากขึ้นจึงสามารถเลื่อนจุดที่มีการระเบิดเข้าใกล้แหล่งชุมชนมากขึ้นได้

2. มาตรการเพื่อการควบคุมผลกระทบจากความสั่นสะเทือนจากการใช้วัตถุระเบิดในงานเหมืองแร่และเหมืองหิน

2 .1 มาตรการสำหรับอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป และสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดีและสถานที่ที่ต้องการความคุ้มครองอย่างเข้มงวด

     อาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป หมายถึง บ้านเรือนราษฎร อาคารพาณิชย์ โรงแรม โรงงาน โรงเรียน วัด โบสถ์ สถานที่ราชการ สิ่งปลูกสร้างถาวรอื่นๆ ที่มิใช่ของผู้ประกอบการ ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากความสั่นสะเทือนจากการระเบิด ส่วนสิ่งที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี หมายถึง สิ่งที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร รวมถึงสถานที่ที่ต้องการความคุ้มครองอย่างเข้มงวด  ได้แก่แหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ตามมติของ คณะรัฐมนตรี แหล่งอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ถ้ำหรือบริเวณเป็นที่สงวนไว้เพื่อการอนุรักษ์ การท่องเที่ยวของราษฎร ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากความสั่นสะเทือน กำหนดมาตรการเป็น 3 อันดับ ดังนี้

 2 .1.1 เขตปลอดภัย หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป  ในรัศมีไม่น้อยกว่า 1,000 เมตรและไม่น้อยกว่า 3,000 เมตร ในกรณีของสิ่งที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี  ควรมีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance) ไม่น้อยกว่า 70 ฟุตต่อรากที่สองของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา ( ³ 70 ฟุต/Öปอนด์/ดีเลย์) และไม่น้อยกว่า 120 ฟุตต่อรากที่สองของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (³ 120 ฟุต/Öปอนด์/ดีเลย์)ในกรณีที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี เป็นปริมาณการใช้วัตถุระเบิดที่ปลอดภัย

2.1.2 เขตควรระวัง หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป  ในรัศมีระหว่าง 300 - 1,000 เมตร 1,000-3,000 เมตร กรณีของสิ่งที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี ควรมีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance) ตั้งแต่ 50 - 70 ฟุตต่อรากที่สองของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (50-70 ฟุต/ Öปอนด์/ดีเลย์) ไม่น้อยกว่า 120 ฟุตต่อรากที่สองของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (³ 120 ฟุต/Öปอนด์/ดีเลย์) ในกรณีที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี และต้องมีมาตรการรองรับคือต้องมีการตรวจวัดความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการระเบิดเป็นระยะ ๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสอบความเร็วอนุภาคสูงสุดและความถี่ของคลื่นที่เกิดขึ้นจากการระเบิดและต้องมีวิศวกรเหมืองแร่หรือผู้ชำนาญการในการระเบิดควบคุมการเจาะระเบิดอย่างใกล้ชิด

    2.1.3 เขตเข้มงวด หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป  ในรัศมีน้อยกว่า 300 เมตร และ 500-1,000 เมตร ในกรณีของสิ่งที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี ต้องมีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance) ตั้งแต่ 20 - 50 ฟุตต่อรากที่สองของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (20-50 ฟุต/ Öปอนด์/ดีเลย์) และไม่น้อยกว่า 120 ฟุตต่อรากที่สองของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (³ 120 ฟุต/Öปอนด์/ดีเลย์) ในกรณีที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี โดยต้องมีวิศวกรเหมืองแร่ควบคุมการเจาะระเบิด และต้องมีการตรวจวัดความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการระเบิดทุกครั้งที่ทำการระเบิด

    2.1.4 เขตต้องห้าม หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างทั่วไป  ในรัศมีน้อยกว่า 300 เมตร ห้ามทำการระเบิดที่มีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance)น้อยกว่า 20 ฟุตต่อรากที่สองของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (20 ฟุต/Öปอนด์/ดีเลย์) ห้ามทำการระเบิดในระยะรัศมีน้อยกว่า 500 เมตรจากอาคารสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโบราณสถานหรือโบราณคดี

3.มาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบจากเสียงและคลื่นอัดอากาศจากการใช้วัตถุระเบิดในการทำเหมืองแร่และเหมืองหิน

3.1 เขตปลอดภัย หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ระยะทางใดๆ  และมีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance) ไม่น้อยกว่า 500 ฟุตต่อรากที่สามของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (³ 500 ฟุต/ 3Öปอนด์/ดีเลย์) เป็นปริมาณการใช้วัตถุระเบิดที่ปลอดภัย

3.2 เขตควรระวัง หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ระยะทางใดๆ  และมีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance)  ระหว่าง 250-500 ฟุตต่อรากที่สามของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (250 - 500 ฟุต/ 3Ö ปอนด์/ดีเลย์) ให้มีมาตรการรองรับคือต้องให้มีวิศวกรเหมืองแร่หรือ ผู้ชำนาญการ ในการระเบิดควบคุมการเจาะระเบิดอย่างใกล้ชิดและให้มีการตรวจวัดเสียงและคลื่นอัดอากาศที่เกิดขึ้นจากการระเบิดเป็นระยะๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสอบข้อมูลและแนวโน้มของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการระเบิด

3.3 เขตเข้มงวด หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ระยะทางใดๆและมีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance)  ระหว่าง 180-250 ฟุตต่อรากที่สามของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (180 - 250 ฟุต/ 3Ö ปอนด์/ดีเลย์) ให้มีมาตรการรองรับคือต้องมีวิศวกรเหมืองแร่ควบคุมการเจาะระเบิดอย่างใกล้ชิดทุกครั้งและต้องมีการตรวจวัดเสียงและคลื่นอัดอากาศที่เกิดขึ้นจากการระเบิดทุกครั้ง 

3.4 เขตต้องห้าม หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ระยะทางใดๆ  ห้ามทำการระเบิดที่มีปริมาณการใช้วัตถุระเบิดคิดเป็นอัตราส่วนระยะทาง (Scaled Distance) ต่ำกว่า 180 ฟุตต่อรากที่สามของปอนด์ต่อหนึ่งระยะถ่วงเวลา (180 ฟุต/3 Öปอนด์/ดีเลย์)

4. มาตรการป้องกันผลกระทบจากหินปลิวกระเด็นจากการใช้วัตถุระเบิดในงานเหมืองแร่และเหมืองหิน

5.1  เขตปลอดภัย : หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างในรัศมีไม่น้อยกว่า  2 เท่าของระยะที่หินปลิวกระเด็นไปได้ไกลที่สุด ตามตารางแนบท้าย แสดงระยะที่หินปลิวกระเด็นไปได้ไกลที่สุดกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูระเบิด เป็นเขตปลอดภัยจากหินปลิวกระเด็นจากการระเบิด

5.2  เขตควรระวัง : หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างระหว่าง 300 เมตรถึงระยะรัศมีน้อยกว่า  2 เท่าของระยะที่หินปลิวกระเด็นไปได้ไกลที่สุด ตามตารางแสดงระยะที่หินปลิวกระเด็นไปได้ไกลที่สุดกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูระเบิด จนถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างให้ถือเป็นเขตควรระวังหินปลิวกระเด็น โดย ต้องให้มีวิศวกรเหมืองแร่หรือผู้ชำนาญการในการระเบิดควบคุมการเจาะระเบิดอย่างใกล้ชิด

5.3  เขตเข้มงวด : หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้างในบริเวณที่มีหน่วยรับผลกระทบอยู่ใกล้เคียงในรัศมีต่ำกว่า 300 เมตร  การระเบิดต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวดเช่น ต้องมีวิศวกรเหมืองแร่ ควบคุมการเจาะระเบิดและหากมีความจำเป็นต้องทำการระเบิดเพื่อผลิตแร่หรือหิน ต้องหันหน้าระเบิดให้อยู่ในทิศทางตรงข้ามกับหน่วยรับผลกระทบอยู่เสมอ มีวัสดุปิดคลุมผิวหน้าด้านบนบริเวณที่จะระเบิดด้วยวัสดุที่เหมาะสม และการใช้วัตถุระเบิดควรมีระยะเวลาติดต่อกันไม่เกิน 1 เดือน พร้อมทั้งควรได้รับความยินยอมจากหน่วยรับผลกระทบด้วย

5.4  เขตต้องห้าม : หมายถึงการระเบิดอยู่ห่างจากอาคารสิ่งปลูกสร้าง หรือในบริเวณที่มีหน่วยรับผลกระทบอยู่ใกล้เคียงในรัศมีน้อยกว่า 100 เมตร ห้ามมีการใช้วัตถุระเบิดในบริเวณที่มีหน่วยรับผลกระทบอยู่ในรัศมีต่ำกว่า 100 เมตรลงมาโดยเด็ดขาด ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นต้องใช้วัตถุระเบิดในการพัฒนาเหมืองหรือตัดเส้นทาง โดย ต้องให้มีวิศวกรเหมืองแร่ควบคุมการเจาะระเบิด และการพัฒนาหน้าเหมืองหรือตัดเส้นทางในกรณีนี้ จะต้องได้รับความยินยอมจากหน่วยรับผลกระทบ

ตารางความสัมพันธ์ระหว่างระยะที่หินปลิวกระเด็นไปได้ไกลที่สุดกับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูระเบิด

เส้นผ่าศูนย์กลางรูระเบิด

ระยะที่หินปลิวกระเด็นไปได้ไกลที่สุด

(นิ้ว)

(ฟุต)

(เมตร)

1

853

260

1.5

1,118

341

2

1,354

413

2.5

1,571

479

3

1,774

541

3.5

1,966

560

4

2,150

655

5

2,494

760

6

2,817

859

7

3,122

952

8

3,412

1,040

9

3,691

1,125

10

3,960

1,207

11

4,219

1,286

12

4,471

1,363

13

4,716

1,438

14

4,955

1,511

15

5,189

1,582