free web hosting | free website | Business Web Hosting | Free Website Submission | shopping cart | php hosting


Get your Free Advertising...for Thai web sites only!
Mining Minerals and Environment Issues
Main Me  Photos  Companies  Publication  News  Thailand  Webboard  Guestbook  Links  Friends  Thai

ท่านที่สนใจปลูกต้นเพาโลเนียเป็นไม้ร่มเงา สวยงาม สามารถติดต่อขอรายละเอียดและขอซื้อพันธุ์ไม้ได้ตามที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ คลิกที่นี่

 
Read my Dreambook!
Sign my Dreambook!
Dreambook
 


เกลือหินภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย: ทองคำขาวของชาวบ้านหรือมัจจุราชยักษ์หลับใต้ผืนดิน
ผู้คนทั่วไปมีจำนวนน้อยมากที่จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับเกลือหินภาคอิสานของไทย ทั้งๆที่ผู้คนนับ 10 ล้านคน
อาศัย และทำมาหากินอยู่บนพื้นที่ที่เป็นเกลือหินปริมาณ นับล้านๆ ตันที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ดิน เกลือหินเหล่านี้จะ
มีประโยชน์อย่างมหาศาลหากได้มีการพัฒนาขึ้นมาใช้ประโยชน์ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม มีความปลอดภัยใน
กระบวนการผลิต ทั้งปลอดภัยต่อบุคลากรผู้ผลิตเอง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และมีความปลอดภัยต่อสภาพ
แวดล้อม และระบบนิเวศน์วิทยา ในทางกลับกันหากมีการพัฒนาในแนวทางที่ไม่ควรกระทำทรัพยากรธรรมชาติ
ขนาดมหึมานี้ จะส่งผลกระทบอย่างประเมินค่ามิได้ ทั้งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนภาคอิสานมาก
กว่าครึ่งหนึ่งของภาค และส่งผลต่อการทำลายระบบนิเวศน์ของภาคอิสานอย่างสุดที่จะบรรยายเป็นคำพูดหรือบทความใดๆได้เลย

เกลือหินคืออะไร ข้อมูลเกลือหิน 
เกลือหินคือทรัพยากรแร่ตามธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เกิดจากการตกตะกอนของน้ำทะเล เกลือหินที่พบในประเทศ
ไทยแบ่งตามส่วนประกอบทางเคมีออกเป็น 2 ประเภทคือ
-ส่วนที่เป็นเกลือแกงหรือที่รู้จักกันว่าเกลือสินเทาว์ เรียกว่าแร่ เฮไลต์(Halite)  มีองค์ประกอบทางเคมีคือ โซเดียมคลอไรด์
(NaCl) ประกอบด้วย คลอรีน (Chlorien) ร้อยละ 60.7 และ โซเดียม (Sodium) ร้อยละ 39.3 เกลือมีน้ำหนัก
โมเลกุลเท่ากับ 58.4 มีรูปผลึกแบบสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ใสไม่มีสีเมื่อบริสุทธิ์ แต่เมื่อมีมลทินจะมีสีขาว สีเทา สี
น้ำตาล และสีส้ม มีความถ่วงจำเพาะ 2.165 ความแข็งตามสเกลของมอร์(Moh's Scale)  2.5 มีจุดหลอมตัวที่
800.8 องศาเซลเซียส และน้ำเกลือจะเปลี่ยนเป็นน้ำแข็งที่อุณหภูมิลบ 21.12 องศาเซลเซียส เกลือชนิดนี้มี
ประโยชน์ที่สำคัญนอกจากใช้ในการปรุงอาหารและถนอมอาหารแล้วยังมีประโยชน์อย่างมากในการใช้เป็นวัตถุ
ดิบในอุตสาหรรมหลายชนิดเช่นการทำโซดาไฟ (NaOH) โซดาแอช (Na2CO3)
-ส่วนที่มีส่วนประกอบของธาตุโปแตสเซียมอยู่ด้วยเรียกว่าเกลือโปแตสมีหลายชนิดด้วยกันเช่นแร่ ซิลไวท์
(Sylvite : KCl)  แร่คาร์นัลไลท์ (Carnallite : KCl.MgCl2.6H2O) แร่เคนไนท์ (Kainite : MgSO4.KCl.3H2O)
และแร่ แลงบิไนท์ (Langbenite : K2SO4.2MgSO4) เป็นต้น เกลือโปแตสมีประโยชน์ในการใช้เป็นวัตถุดิบใน
การผลิตปุ๋ยเคมีโดยเนื่องจากมีธาตุ โปแตสเซียม (K) เป็นส่วนประกอบสำคัญ

เกลือหินในภาคอิสานมีมากเท่าไร
จากการสำรวจแหล่งน้ำบาดาล ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้พบแร่เกลือหิน และแร่โปแตชชนิดคาร์นัลไลท์
จำนวนมาก บริเวณที่พบแร่เกลือหินและแร่โปแตช สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แอ่ง คือ 
(1) แอ่งเหนือ หรือ แอ่งสกลนคร (Sakonnakhon Basin) อยู่ทางตอนเหนือ ของ ที่ราบสูงโคราช คลุมพื้นที่ของ
จังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร และนครพนม เป็นเนื้อที่ประมาณ 17,000 ตารางกิโลเมตร
(2) แอ่งใต้ หรือ แอ่งโคราช (Khorat Basin) อยู่ทางตอนใต้ ของที่ราบสูงโคราช คลุมพื้นที่ของจังหวัดขอนแก่น
มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เป็นเนื้อที่ ประมาณ 33,000 ตารางกิโลเมตร
หากคิดความหนาเฉลี่ยของแหล่งแร่ทั้งหมดเพียง 200 เมตรก็จะมีปริมาณ ไม่น้อยกว่า {(33,000+17,000) x
(1000 x1000) x 200 x 2.16} ตัน หรือเท่ากับ 21,600,000,000,000 ตัน (ยี่สิบเอ็ดจุดหนึ่งหกล้านล้านตัน)
หากคิดราคาแร่เพียงตันละ 500 บาท ก็จะมีมูลค่าถึง 108,00,000,000,000,000 หนึ่งหมื่นแปดร้อยล้านล้าน
บาทหากรายได้ประชาชาติของคนไทยปีละ5 ล้านล้านบาทก็ เท่ากับรายได้ประชาชาติ 2000 ปีกว่า ในจำนวนนี้เป็นเกลือโปแตชประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของเกลือทั้งหมด
โครงการทำเหมืองแร่โปแตชของอาเซียน  ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านตาล อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ บริเวณ
โครงการคลุมพื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร พบว่ามีแร่โปแตชชนิดคาร์นัลไลท์ที่มีคุณภาพสูง มีความเหมาะสมใน
เชิงพาณิชย์ อยู่ระดับลึกประมาณ 150 เมตร มีความหนาโดยเฉลี่ยประมาณ 23.9 เมตร มีปริมาณไม่น้อยกว่า 570 ล้านตัน

ปัจจุบันมีการผลิตเกลือหินชนิดใดบ้างหรือไม่อย่างไร
การผลิตเกลือหินที่กำลังมีการผลิตและกำลังจะมีการผลิตขึ้นในประทศไทย มีวิธีการผลิต 3 วิธีดังนี้คือ

(1) การผลิตโดยการสูบน้ำเกลือที่ละลายอยู่เหนือชั้นบนสุดของชั้นเกลือหิน เป็นการใช้เทคโนโลยี่แบบชาวบ้าน
โดยการใช้ลมที่มีความดันอัดลงไปตามท่อ ลมที่มีความดันจะดันน้ำเกลือที่ละลายอยู่เหนือชั้นเกลือ หรือชั้นโดม
เกลือขึ้นมา แล้วจึงนำน้ำเกลือที่ได้ไปตากในนาเกลือ หรือนำไปต้มให้เกลือตกตะกอน เป็นวิธีการที่ทำกันมานาน
หลายสิบปี สมัยก่อนมีป่าไม้มากอยู่จนชาวบ้านตัดไม้มาต้มเกลือจนหมดป่า ปัจจุบันจึงหันมาใช้แกรบเป็นเชื้อ
เพลิงแทน การผลิตเกลือลักษณะนี้ปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบเกิดขึ้นที่สำคัญคือปัญหาการเกิดหลุมยุบปัญหา
แหล่งน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่รั่วหายไปในโพรงเกลือจนหมดสิ้น และปัญหาการปนเปื้อนพื้นดินและแหล่งน้ำ
เนื่องจากของเสียที่เกิดจาการผลิตเกลือ

หลุมยุบคืออะไร
หลุมยุบคือปรากฎการที่ชาวบ้านรู้จักกัน เกิดจากการที่พื้นดินจมหายไปในโพรงเกลือแล้วเกิดเป็นสระน้ำเค็มขึ้น
มาแทนที่มักมีรูปร่างเป็นวงกลมมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 5-30 เมตร การทรุดตัวของพื้นดินครั้งใหญ่ที่สุด
อยู่ใกล้วัดหนองบ่อแดง ตำบลหนองกวั่ง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 30
เมตร ทำให้น้ำในสระรั่วหายไปในโพรงเกลือจนหมดภายในคืนเดียว สาเหตุเกิดขึ้นจากการสูบน้ำเกลือที่ละลาย
อยู่เหนือชั้นเกลือ ชั้นเกลือโดยทั่วไป  จะอยู่ลึกจากผิวดินระหว่าง 20- 60 เมตรชั้นเกลือที่อยู่ตื้นมักมีลักษณะเป็น
โดมเกลือคือเกลือที่ละลายได้ยากกว่าเกลือที่อยู่ใกล้เคียง ตามธรรมชาติน้ำเกลือเหล่านี้จะมีความสมดุลย์ในตัว
เองพอสมควรเนื่องจากน้ำเกลือที่เข้มข้นจะหนักกว่าน้ำจืด และจะเป็นฉนวนปิดกั้นไม่ให้มีน้ำจืดลงไปละลาย
เกลือเพิ่มขึ้น เมื่อมีการสูบน้ำเกลือที่เข็มข้นออกไปจึงถูกแทนที่โดยน้ำจืดและทำให้เกลือละลายเพิ่มขึ้นส่วนที่
ละลายได้ง่ายหรือส่วนที่ถูกสูบน้ำเกลือบ่อยเข้าก็จะเกิดเป็นโพรงเกลือที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย เมื่อมีรอยเลื่อนหรือ
แนวที่ชั้นหินไม่แข็งแรงมาเชื่อมต่อกับโพรงที่มีขนาดโตพอเหมาะก็จะเกิดชั้นดินหรือชั้นหินเคลื่อนตัวลงไปถม
โพรงเกลือเหล่านั้น หากรอยเลื่อนเชื่อมต่อกับผิวดินก็จะเกิดเป็นหลุมที่เรียกว่าหลุมยุบ ขณะเดียวกันถ้ารอยเลื่อน
เชื่อมต่อกับสระน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ น้ำจืดในอ่างเก็บน้ำก็จะไหลลงไปในโพรงเกลือ เมื่อชาวบ้านสูบน้ำเกลือมากขึ้น
การละลายเกลือก็จะเกิดเป็นวงจรทำให้โพรงเกลือมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงระยะเวลาและโอกาสที่เหมาะสม
เวลาหนึ่งซึ่งโพรงเกลือมีขนาดโตพอประมาณ เช่นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้น มีความเป็นไปได้ว่าสักวันหนึ่งหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านจะจมหายไปในโพรงเกลือ

จากรายงานของนายพิทักษ์ รัตนจารุรักษ์ และคณะ จากฝ่ายแร่และหินอุตสาหกรรม กองเศรษฐธรณีวิทยา
กรมทรัพยากรธรณี ระบุว่าเฉพาะที่ บ้านโนนแสบง ตำบลหนองกวั่ง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นแหล่งที่
มีการทำนาตากเกลือกันมากถึง 800 ไร่ ในแต่ละไร่ต้องสูบน้ำเกลือถึง 400 ลูกบาศ์เมตรต่อสับดาห์ หรือรวมกัน
ประมาณ 1,200,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ทำให้นึกภาพไม่ออกว่า จะเพิ่มขนาดของโพรงเกลือขึ้นปีละเท่าไร
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คือเกิดหลุมยุบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เมตรอยู่ห่างจากบ้านของราษฎรไม่มาก
นักถ้าหลุมยุบนี้เกิดตรงที่ตั้งของบ้านหลังนั้น บ้านก็คงจมหายไปในโพรงเกลือเสียแล้วเป็นแน่แท้

สิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วอีกประการหนึ่งก็คือน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดนับร้อยไร่ มีน้ำอยู่หลายล้านลูกบาศก์เมตรมีปลา
อยู่นับร้อยตันได้จมหายลงไปในโพรงเกลือจนหมดสิ้นกลายเป็นปลาร้าหรือปลาเค็มอยู่ในโพรงเกลือไปเรียบร้อย
แล้ว ก็คงจะเป็นซากดึกดำบรรพ์ไปให้มนุษย์ อีก 65 ล้านปีข้างหน้าได้ศึกษาถ้าหากว่ามนุษย์จะยังคงรักษาเผ่า
พันธุ์ต่อไปได้ ลองนึกภาพดูว่าน้ำจืดปริมาณมหาศาลที่ลงไปในโพรงเกลือนี้จะทำให้โพรงเกลือมีขนาดโตขึ้นอีกเท่าไร
สิ่งที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้คือการที่น้ำในอ่างเก็บน้ำของโครงการพระราชดำริจะหายไปในโพรงเกลือ
จนหมดในไม่ช้า กลายเป็นไหปลาร้าบ่อใหม่เมื่อถึงเวลานั้นเชื่อว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองคงจะเริ่มเห็นพิษภัยของ
การสูบน้ำเกลือในบริเวณนี้ขึ้นมาบ้าง
การปนเปื้อนพื้นดินและแหล่งน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร

เมื่อมีการสูบน้ำเกลือขึ้นมาแล้วจะต้องมีการทำให้เกลือตกตะกอน ซึ่งอาจทำได้โดยการต้มหรือการตากในนา
ตากเช่นเดียวกับการทำนาเกลือทะเล แต่การทำให้เกลือตกตะกอนทั้ง 2 วิธีนี้จะต้องมีน้ำเสียที่เหลือเนื่องจากไม่
สามารถทำให้ตกตะกอนได้ เป็นน้ำเกลือเข้มข้นประกอบด้วยเกลือแมกนีเซียมคลอไรด์ (Magnesium Chloride : MgCl)เป็นส่วนใหญ่ จึง
มีรถขมเรียกว่าน้ำขม ตามข้อตกลงของการสูบน้ำเกลือผู้ผลิตเกลือจะต้องนำน้ำขมนี้อัดกลับลงไปในชั้นน้ำเกลือ
ไต้ดินเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติชาวบ้านเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าหากอัดน้ำขม
กลับลงไปก็ต้องสูบกลับขึ้นมาใหม่ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการสูบ การตาก และการต้มสูงขึ้นโดยใช่เหตุ จึงมีการ
แอบทิ้งน้ำขมลงสู่แม่น้ำลำธาร หรือเกิดการทำให้รั่วไหลออกนอกพื้นที่ทำนาเกลือ โดยเหตุของการเจตนาหรือ
โดยเหตุของธรรมชาติ เช่นน้ำท่วมทำให้เป็นการปนเปื้อนพื่นดิน ในอนาคตหากความเค็มของดินเพิ่มมากขึ้น
เรื่อยๆ นาข้าวที่อยู่ใกล้เคียงก็อาจจะปลูกข้าวไม่ได้ หนุ่มนาข้าวก็ไม่มี สาวนาเกลือก็คงต้องเดินทางเข้ามาหา
งานทำในกรุงเทพ (ถ้าหากไม่ถูกสูบลงไปดองเค็มอยู่ในโพรงเกลือเสียก่อน) ส่วนเรื่องผลกระทบอื่นๆเช่นเรื่องฝุ่น
ควัน ขี้เถ้าที่เกิดจากการต้มเกลือ รวมถึงผลกระทบด้านทัศนียภาพไม่สวยงามจากการทำนาตากเกลือ จะไม่
กล่าวถึงเนื่องจากเป็นผลกระทบรองลงมา

กล่าวโดยสรุปตาม หลักการแห่งการพึงระวัง  ของแนวทางการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนก็คือ การสูบ
น้ำเกลือที่ลอยอยู่เหนือชั้นเกลือมาผลิต เกลือขายนั้น มีแนวโน้มจะเป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
เนื่องจาก ไม่ทราบโครงสร้างและความแข็งแรงที่แน่นอนของสิ่งที่กำลังกระทำคือไม่ทราบขนาดของโพรงเกลือ
ข้างล่างและไม่ทราบเวลา สถานที่ และขนาด ของการยุบตัวของพื้นดินและ เป็นการปนเปื้อนพื้นดินและแหล่งน้ำ

วิธีการแก้ปัญหา
- ไม่มีวิธีใดดีที่สุดเท่ากับการให้มีการระงับการสูบน้ำเกลือโดยวิธีนี้ในทันที
- ให้มีการแข่งขันกันเองโดยการใช้กลไกของการตลาดคือให้ผู้ผลิตเกลือรายใหญ่ที่มีการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีที่
ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตเกลือออกมามากๆ เกลือก็จะมีราคาถูกผู้สูบน้ำเกลือก็จะเลิกกิจการไปเอง
แต่ต้องแน่ใจได้ว่าผู้ผลิตเกลือรายใหญ่มีกระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ

(2) การผลิตโดยใช้การทำเหมืองแบบเหมืองละลายแร่ โดยการอัดน้ำลงไปละลายเกลือขึ้นมาแล้วนำเกลือไป
ตากหรือใช้การต้มแแบบใช้ความดันทำนองเดียวกับวิธีการผลิตน้ำตาล ซึ่งดำเนินการผลิตอยู่ที่อำเภอพิมายโดย
บริษัทไทยอาซาฮี จำกัด วิธีนี้สมัยก่อนมีการละลายและสูบน้ำเกลือในชั้นเกลือตอนบน ต่อมามีปัญหาแผ่นดิน
ทรุดเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเนื่องจากเป็นการละลายแร่ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยเก่าไม่มีการควบคุมขนาดและรูปร่าง
ของโพรงเกลือที่เกิดขึ้น จึงไม่อนุญาตให้ทำการละลายเกลือชั้นบนอีกต่อไป โดยให้ทำเหมืองละลายเกลือใน
เกลือชั้นล่างที่อยู่ลึกลงไปจากผิวดิน ประมาณ 200 เมตร การละลายเกลือจะมีการนำเกลือออกมาจากพื้นที่
เพียงประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ โดยที่เหลือให้เว้นไว้เพื่อการค้ำยันตัวเอง ในบ่อเกลือแต่ละบ่อจะมีการใช้น้ำมัน
ดีเซลใส่ไว้ใหลลอยอยู่เหนือน้ำเกลือ และมีการตรวจวัดรูปร่างของบ่อเกลืออยู่เป็นระยะ บ่อเกลือแต่ละบ่อจะมีรูป
ร่างคล้ายลูกข่างขนาดมหึมา เมือสูบเกลือจนได้ขนาดที่ออกแบบไว้จึงหยุดสูบแล้วอัดน้ำขม หรือน้ำเกลืออิ่มตัวที่
ไม่สามารถทำให้ตกตะกอนได้แล้ว ซึ่งเป็นของเสียในกระบวนการต้มเกลือ ลงไปไว้แทน และให้มีการตรวจสอบ
รูปร่างและขนาดของบ่อเกลือเหล่านี้อยู่เป็นระยะ เคยมีความคิดที่จะนำบ่อเกลือที่หยุดทำเกลือแล้วเหล่านี้มาใช้
ประโยชน์ในการเก็บน้ำมันดิบ หรือน้ำมันดีเซลแต่น่าจะตกลงกันไม่ได้ระหว่างการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยกับ
บริษัทไทยอาซาฮี โครงการนี้จึงไม่ได้มีความคืบหน้า วิธีการนี้เท่าที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้น
มากนัก เช่นยังไม่ปรากฎหลุมยุบหรือแผ่นดินทรุดเกิดขึ้น มลภาวะทางน้ำทิ้งก็ยังไม่มีเนื่องจากน้ำขมที่เป็นของ
เสียจากกระบวนการผลิตก็ถูกนำไปเก็บไว้ในบ่อเกลือที่สูบเสร็จแล้ว ใต้ดินก็สูบเกลือไปบนพื้นดินก็ทำนาปลูก
ข้าวไป ที่เรียกกันว่าหนุ่มนาข้าวสาวนาเกลือ จะมีผลกระทบอยู่บ้างก็เพียงแต่มีของเสียที่เป็นของแข็งปริมาณไม่
มากนักส่วนใหญ่จะเป็นแคลเซี่ยมคลอไรด์ ซึ่งเป็นส่วนที่ได้ในกระบวนทำน้ำเกลือที่สูบขึ้นมาให้บริสุทธิ์ก่อนนำไปต้มและตกตะกอน

(3) การทำเหมืองแร่เกลือหินโดยวิธีการทำเหมืองใต้ดิน
วิธีนี้เป็นการขุดอุโมงค์ในแนวนอนลงไปในชั้นเกลือ แล้วทำการเจาะระเบิดนำเกลือขึ้นมาแยกเป็นเกลือแกงกับ
เกลือโปแตช แล้วนำน้ำขมที่เป็นของเสียจากกระบวนการผลิต นำไปถมกลับไว้ในอุโมงค์เช่นเดิมได้
ผลผลิตหลัก คือเกลือแกงกับเกลือโปแตช เป็นโครงการของประเทศในอาเซียนปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
วิธีการนี้คุยว่าจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเช่นเดียวกับวิธีที่ 2 น่าจับตามองว่าจะทำได้อย่าง
ที่คุยไว้หรือไม่
ถาม-แสดงความคิดเห็น 
กลับหน้าหลัก 
เว็ปไซต์พันธมิตร(links exchange)
Pantip  Sabye  Sanook Mweb  Catcha LemomOnline  Chai-yo  Jorjae  Janggerd  i-kool  Tourthai  Webpagethai  108-1009  Thaiseek  Buddhist  Hunsa  Maholarn Tuk-Tuk  Yumyai  Tong  Thaiwebhunter  Ped1 Jananet Thaimisc  Thaitophit  Thaiall Thaicast  Siamclub  Thaisexstory Siaminside ThaiMail  Thaitop ThaiSpy Nakhonsi  Bannok   Kmitl Dltv Hp2