free web hosting | free hosting | Business Hosting Services | Free Website Submission | shopping cart | php hosting

ความปลอดภัยในการใช้วัตถุระเบิด

 

สารบาญ

 

                                                                                                                                                หน้า

 

1.       วัตถุระเบิดที่ใช้ในงานเหมืองแร่                                                                1-2

2.       การใช้วัตถุระเบิด                                                                             3-4

3.       ความปลอดภัยในการใช้วัตถุระเบิด                                                     5-7

4.       อุบัติเหตุที่พบบ่อย                                                                         7

5.       กรณีเหตุการณ์จริงต่างๆ

กรณีที่ 1                  จุดระเบิดไม่ทันในอุโมงค์                                                     7                             

กรณีที่ 2                  สูบบุหรี่ขณะถือแก๊ปจุด                                                    8

กรณีที่ 3                  ขโมยแก๊ปจุดไประเบิดปลา                                                         8

กรณีที่ 4                  เจาะซ้ำรูเดิม เกิดระเบิด                                                        9

กรณีที่ 5                  เจาะซ้ำรูในการเจาะผ่าก้อน                                                  9

กรณีที่ 6                  ไม่กำหนดเวลาระเบิดให้แน่นอน                                             10

กรณีที่ 7                  กำหนดตำแหน่งทะลุผิด                                                      11

กรณีที่ 8                  หลบระเบิดหลัง PILLAR                                                   11

กรณีที่ 9                  ระเบิดปลาแบบใช้แก๊ปไฟฟ้า                                                           12

กรณีที่ 10                                ใช้แก๊ปจุดแล้วหนีแทบไม่ทัน                                          12

กรณีที่ 11                                แพ้ DYNAMITE                                                                            13

กรณีที่ 12                                เมาควันระเบิด                                                                     13

กรณีที่ 13                                วิทยุมือถือทำให้แก๊ประเบิด                                                                14

กรณีที่ 14                                หินปลิวในเหมืองเปิด                                                         15

กรณีที่ 15                                หินปลิวในเหมืองใต้ดิน                                                      15

กรณีที่ 16                                ปริมาณวัตถุระเบิดในการผ่าก้อน                                    16

กรณีที่ 17                                ฟ้าผ่าในเหมืองเปิด                                                                              16

กรณีที่ 18                                โอห์มมิเตอร์                                                                     17

กรณีที่ 19                                หม้อจุดระเบิด                                                                     17

กรณีที่ 20                                เมื่อจุดระเบิดแต่ไม่ระเบิด                                                 18

กรณีที่ 21                                ใช้แก๊ปต่างยี่ห้อ ในวงจรเดียวกัน                                   19

 

 

 

 

 

 

ความปลอดภัยในการใช้วัตถุระเบิด

โดย นายณัฐ สุขสงวน

 

1.       วัตถุระเบิดที่ใช้ในงานเหมืองแร่

1.1 แก๊ป (DETONATOR)

                แก๊ปเกือบทุกชนิดมีสารระเบิดแรงสูง เช่น PETN อยู่ที่หัวแก๊ป มันจึงกระตุ้นให้ระเบิดชนิดอื่นระเบิดได้

 

1.1.1          แก๊ปชนวน (PLAN DETONATOR) กระบวนการจุดระเบิด อยู่ที่เปลวไฟจากสายชนวน (SAFETY FUSE) ในปัจจุปันที่มีอยู่อย่างเดียวคือ การระเบิดผ่าก้อน (SECONDARY BLASTING)

 

สายชนวนที่มีอัตราการเผาไหม้ประมาณ 2 นาที ต่อเมตร จุดด้วยโลหะ MAGNESIUM (MG) แบบดอกไม้เพลิง แต่ชาวบ้านมักจุดด้วยยากันยุง

 

ก่อนใช้ต้องคำนวณความยาวของสายชนวนให้พอกับงาน ต้องมีสายชนวนเวลาที่สั้นกว่าการใช้งาน เพื่อเตือนให้รู้ถึงเวลาที่ต้องหลบเข้าที่กำบัง สายชนวนนี้ถือด้วยพนักงานที่ไม่ใช่คนจุดชนวน

1.1.2         แก๊ปไฟฟ้า (ELECTRIC DETONATOR)

แก๊ปไฟฟ้าทุกชนิด จุดด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่เพียงพอ ประมาณ 1.5 A – 2 A ผ่านขดลวดในแก๊ป ขดลวดเมื่อร้อนก็จะจุดสารระเบิดที่หัวแก๊ป

 

1.1.2.1      แก๊ปเบอร์ศูนย์ (INSTANTANEOUS DETO)

ต้องการกระแส 2A ผ่านวงจร มันไม่มีสารหน่วงเวลา จึงระเบิดเกือบจะทันทีโดยใช้เวลาที่กระแสผ่าน ไม่ถึง 2 MILLISEC แก๊ปชนิดนี้ใช้มากในเหมืองเปิด เหมืองใต้ดิน และการผ่าก้อน ใช้ร่วมวงจรกับแก๊ปเร็วได้ โดยต้องกำหนดให้มีกระแสผ่านวงจร 2A ถ้าไม่ถึง 2A แก๊ปในวงจรจะแตกไม่หมด เพราะแก๊ปเบอร์ศูนย์จะระเบิดก่อนแล้วตัดวงจรที่เหลือ

 

1.1.2.2      แก๊ปเร็ว (MSD – MILLISECOND DELAY)

DELAY ELEMENT ในแก๊ปทำให้เกิดจังหวะหน่วงแต่ละเบอร์ 25 หรือ 50 หรือ 75 MILLISEC เพื่อให้หินแตกดี ลดแรงสั่นสะเทือน ลดการปลิว แก๊ปนี้ต้องการ 1.5A ในการจุดระเบิด ใช้งานในเหมืองเปิด และเหมืองใต้ดิน

 

1.1.2.3      แก๊ปช้า (HSD – HALF SECOND DELAY)

มี DELAY ELEMENT มากกว่าแก๊ปเร็ว จังหวะหน่วงจึงนานกว่า เช่น 500,1000,1500, MILLISEC แก๊ปต้องการ 1.5 A ในการจุดระเบิดใช้ในงานเหมืองใต้ดิน เพราะหน้าเปิดของเหมืองใต้ดินมีน้อย จึงต้องการเวลาหน่วงมากๆ แรงสั่นสะเทือนมีสูงเพราะมี RESONANCE

1.1.2.4      แก๊ปหน่วงเวลาที่ไม่ใช้ไฟฟ้า

ใช้การลุกไหม้ของก๊าซในสายแก๊ปไปจุดสารระเบิดในหัวแก๊ป มีตัวต่อ(DELAY CONNECTOR) ทำให้หน่วงเวลาลุกไหม้ได้ เกิดความปลอดภัย ในการใช้งานสูง สามารถกำหนด DELAY INTERVAL ได้ตามต้องการ เนื่องจากมีราคาแพง จึงใช้กับการระเบิดในรูใหญ่ที่ให้ปริมาณหินมากเพื่อค่าใช้จ่ายที่ต่ำ

 

1.2      สายชนวนระเบิด (DETONATING CORD)

เป็นท่อพลาสติกคล้ายเชือกกระโดดที่ภายในบรรจุระเบิดแรงสูง เช่น PERN ไว้ ขนาดที่ทำขายคือ 25 GRAIN และ 50 GRAIN ต่อฟุต โดย 50 เกรน ใช้ในรูเจาะ ส่วน 25 เกรน ใช้เป็นสายต่อปากหลุม (1 กรัม ~ 15.7 เกรน) สายชนวนระเบิดถูกจุดโดยการระเบิดของแก๊ปดอกหนึ่ง ความเร็วในการระเบิดสูงแทบจะเรียกได้ว่า สายชนวนทั้งเส้นระเบิดพร้อมกันทีเดียว

 

เพื่อการหน่วงเวลา สายชนวนระเบิดก็มีการ CONNECTOR เป็นตัวต่อระหว่างสายชนวนเพื่อหน่วงเวลา 25 MILLISEC

 

1.3      ดินระเบิด ถูกกระตุ้นให้ระเบิดได้ด้วยแก๊ปหรือ สายชนวนระเบิด

1.3.1          ไดนาไมท์ เป็น NG-NITRO GLYSERLENE ผสมกับขี้เลื่อยหรือ ผ้า มี NG ผสมอยู่ 75 % หรือ 62 % ให้แรงระเบิดสูงกว่าดินระเบิดทุกชนิดแต่คนใช้งานจะปวดหัว จากการสูดกลิ่นและการสัมผัส เดี๋ยวนี้มีที่ใช้น้อย

 

1.3.2          WATERGEL และ EMULTION เป็นการทำดินระเบิดทดแทนไดนาไมท์ โดยใช้ปุ๋ยแอมโมเนียม ผสมกับสารวุ้นหรือ ขี้ผึ้ง เพื่อให้ปุ๋ยทนน้ำได้โดยไม่ละลาย แล้วเติมสารเพิ่มความไวในการระเบิด เช่น ผงอลูมิเนียมลงไป ขนาดที่ผลิตคือ 1” x 8” และ 2” x 16”

 

1.4      AMMONIUM NITRATE

เป็นวัตถุระเบิด ส่วนใหญ่ใช้ในรูเจาะ (COMMERCIAL EXPLOSIVE) ถูกกระตุ้นให้ระเบิดได้ด้วยดินระเบิด ปุ๋ยมีความเร็วในการระเบิด (DETONATION VELOCITY) 2500 m/s ในรูเจาะ ไปจนถึง 5000 m/s ในรูเจาะ 12”

 

เนื่องจากความเร็วในการระเบิดเกี่ยวข้องกับแรงระเบิด (DETONATING PRESSURE) จึงแปลว่า ปุ๋ยให้แรงระเบิดในรูใหญ่มากกว่าในรูเล็ก

 

สัดส่วนการผสมปุ๋ย : น้ำมัน = 94 : 6 จึงจะให้พลังงานมากที่สุด

 

 

 

 

2.       การใช้วัตถุระเบิด

หลักการทั่วไปคือ ใช้วัตถุระเบิดที่มีแรงระเบิดสูงกว่าการกระตุ้นวัตถุระเบิดที่มีแรงระเบิดต่ำกว่า เช่น ใช้แก๊ปกระตุ้นดินระเบิดกระตุ้นปุ๋ย หรือใช้สายชนวนระเบิดกระตุ้นดินระเบิด กระตุ้นปุ๋ย

 

2.1      ปริมาณการใช้วัตถุระเบิด

จะใช้ปุ๋ยในปริมาณหนึ่งที่ทำให้หินแตก ในก้อนที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินปากโม่ และต้องทำให้การตักพื้นระเบิดเป็นไปโดยง่าย

 

2.1.1          เหมืองใต้ดิน

ในอุโมงใช้ระเบิด 1 KG/ หิน 1 TON

ในสโตป ใช้ระเบิด 0.14 KG/ หิน 1TON

 

2.1.2          เหมืองเปิด

ใช้ระเบิด 0.14 KG/ หิน 1 TON

 

2.1.3          การผ่าก้อน

โดยเจาะรูลึก 2/3 ของก้อน ใช้วัตถุระเบิดน้อยยิ่ง แค่เพียงพอให้แตกก็พอ ปริมาณการใช้ อาจจะเป็น 0.050 KG/ หิน 1 TON

               

2.2      การทำ PRIMEN

 

PRIMER  คือ ตัวกระตุ้นปุ๋ยในรูเจาะได้แก่ ดินระเบิดที่มีแก๊ปเสียบไว้ หรือมีสายชนวนระเบิดเสียบไว้นั่นเอง

                PRIMER จะต้องฝังอยู่ก้นรูเจาะ โดยมีแก๊ปชี้ออกมาทางปากรูเจาะ

                ปริมาณ PRIMER  ที่ใช้ จะต้องเพียงพอต่อการกระตุ้นปุ๋ย โดยใช้อยู่ 2-5% ของปุ๋ย การใช้น้อยไปจะทำให้ผลระเบิดก้นรูมีรูเจาะเหลือมาก (PLUG HOLE)  การตักก็ทำยาก

 

2.2.1          เหมืองใต้ดิน

2.2.1.1      รูเจาะโต 33 MM ลึก 6-10 ฟุต ใช้แก๊ปไฟฟ้า กับดินระเบิด 1” x 8” =  1/3 – ½ แท่ง

2.2.1.2      รูเจาะโต 50 MM  ลึก 10 ฟุต ใช้แก๊ปไฟฟ้า กับดินระเบิด  1 ½” x 8”  = ½ แท่ง

2.2.1.3      รูเจาะโต 50 MM ลึกมากกว่า 20 ฟุต ใช้ PRIMER  2 ตอน ที่ ก้นรูและกลางรู แต่ละตอนประกอบด้วย แก๊ปไฟฟ้า 1 ดอก กับดินระเบิด 1 ½” x 8” = ½ แท่ง

2.2.1.4      รูเจาะมีน้ำ ใส่ท่อพลาสติกก่อนแล้วอัดปุ๋ย เข้าท่อพลาสติก

 

2.2.2          เหมืองเปิด

2.2.2.1      รูเจาะแจ๊ค 33 MM  ลึก 10 ฟุต ใช้แก๊ปไฟฟ้า กับดินระเบิด 1” x 8” = 1/3 -  ½ แท่ง

2.2.2.2      รูเจาะ 3”-4” ลึก 3-6 เมตร ใช้แก๊ปไฟฟ้า 1 ดอก กับดินระเบิด 2” x 8” = ½ - 1 แท่ง

2.2.2.3      รูเจาะ = 3” x 4”ลึก 12 M ใช้ PRIMER 2 ตอน  ก้นรูและกลางรู แต่ละตอน ใช้แก๊ปไฟฟ้า 1 ดอก กับดินระเบิด 2” x 8” = 1 แท่ง

2.2.2.4      สายชนวนระเบิด ผูกกับดินระเบิด ทำ PRIMER ในข้อ 2.2.2.2 ก็ได้  หรือผูกกับดินระเบิดทำ  PRIMER  2 ตอน ในข้อ 2.2.2.3 ก็ได้ โดยใช้ DELAY CONECTOR บนผิวดินนอกรูเจาะ  วิธีนี้ปลอดภัยกว่าใช้แก๊ปไฟฟ้าในรูเจาะ แต่แพงกว่ามาก

บางคนใช้ทั้งสายชนวนระเบิด และใช้แก๊ปไฟฟ้าในรูเจาะด้วย ยิ่งเพิ่มความสิ้นเปลืองไปกันใหญ่

2.2.2.5      รูเจาะโตกว่า ใช้ NONELECTRIC DELAY  DETO  กับดินระเบิดเป็น PRIMER  

ในรูโตขนาดนี้ปุ๋ยให้กำลังระเบิดมาก จึงไม่ควรใช้ PRIMER ถึง 2 ตอน ในรูลึก 12 M

 

2.2.2.6      รูมีน้ำ ต้องใช้ปุ๋ยกรอกใส่ถุงพลาสติกไว้ก่อน แล้วใช้สายชนวนระเบิดผูกหย่อนลงไปในรูเจาะ ในกรณีนี้ควรใช้ PRIMER มากกว่า 1 ตอน เพราะปุ๋ยบรรจุในถุงพลาสติกอาจไม่ต่อกัน

 

2.3      การจุดวงจรระเบิดด้วยแก๊ปไฟฟ้า

2.3.1          วงจรการต่อแก๊ปไฟฟ้า มี

2.3.1.1 วงจรอนุกรม Rรวม = R1+ R2+…+ Rn

2.3.1.2 วงจรขนาน 1/Rรวม = 1/ R1 + 1/ R2 + …+ 1/ Rn

2.3.1.3 วงจรผสม คือ วงจรอนุกรม 2 วงจรขึ้นมาขนานกัน

การต่อวงจรอนุกรมเป็นการต่อที่ใช้กันมากที่สุด

 

2.3.2          เช็คความต้านทานวงจร ต้องเช็คความต้านทานวงจรทุกครั้งก่อนระเบิดด้วย BLASTING OHM METER เท่านั้น เพื่อความแน่ใจในความต่อเนื่องของวงจร และเพื่อความแน่ใจในความต่อเนื่องของวงจร และเพื่ออ่านค่าความต้านทานรวมของวงจรให้ตรงกับที่คำนวณไว้

 

2.3.3          หม้อจุดระเบิด (BLASTING MACHINE)

-          ต้องปล่อยประจุไฟฟ้าที่เพียงพอเข้าวงจรระเบิด เพื่อให้แก๊ปไฟฟ้าทุกดอกถูกจุดระเบิดได้

-          แก๊ป DELAY ต้องการกระแสผ่าน 1.5 A จึงจุดระเบิดได้ แต่ถ้าใช้ร่วมกับแก๊ปเบอร์ศูนย์ต้องใช้กระแสผ่านวงจร 2A

-          พลังงานที่ใช้ในการระเบิด แก๊ปในวงจรคือ I2 Rt โดย I  = 1.5 – 2A

R = R รวม ที่คำนวณได้

T = 10 MILLISEC MAX

 

                                                พลังงานมีหน่วยเป็น WATT – SEC = JOULE

-          หม้อจุดระเบิดต้องโตพอที่จะจ่ายพลังงานให้ระเบิดแก๊ปทั้งวงจรได้

-          ควรเลือกใช้หม้อจุดระเบิดแบบ CAPACITOR

-          และต้องอ่านคู่มือการใช้ว่าระเบิดแก๊ปไฟฟ้าได้กี่ดอกที่วงจรอนุกรมที่วงจร

-          ส่วนแก๊ปต่างยี่ห้อกันอย่าใช้ระเบิดในวงจรเดียวกัน เพราะจะระเบิดได้ไม่ครบทุกดอก (MISSFIRE)

3.       ความปลอดภัยในการใช้วัตถุระเบิด

3.1      หินปลิว เกิดจากหลายสาเหตุ

3.1.1          จากรู CUT HOLE ในเหมืองอุโมง ปลิวได้ไกล 100-200 m

3.1.2          ใช้วัตถุระเบิดมากเกินไป

3.1.3          ใช้แก๊ป DELAY หน่วงเวลาไม่พอ ทำให้หินที่แตกตัวแล้ว เคลื่อนตัวเข้าหาหน้าเปิดไม่ทัน จึงยิงขึ้นบน

3.1.4          ระเบิดผ่าก้อน โดยใช้ระเบิดมากไป

3.1.5          STEMING ไม่ดี

3.1.6          ไม่ CLEAR หินลอยบนพื้นเจาะให้ดี

 

-          ในเหมืองเปิด หินอาจปลิวได้ไกล 200 เมตร ส่วนหินลอยบริเวณปากรูเจาะ อาจปลิวได้ไกล 400-500 เมตร

-          การจุดระเบิด ต้องหลบในที่กำบังให้ดี อย่าออกมาจนกว่าจะสิ้นเสียงหินหล่น

 

3.2      ความสั่นสะเทือน (GROUND VIBRATION)

เกิดจากคลื่นระเบิดที่เดินทางมาตามพื้นดินยิ่งเจาะลึกมาก ยิ่งสั่นสะเทือนมาก ยิ่งใช้ปริมาณวัตถุระเบิดมากต่อ 1 DELAY ยิ่งสะเทือนมากทำให้อาการร้าวได้

               

ความสั่นสะเทือน วัดเป็นนิ้วต่อวินาที ความสั่นสะเทือนที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยสำหรับอาการคือ ไม่เกิน 2 นิ้วต่อวินาที (SEISMOGRAPH)

 

                                สำหรับในเหมืองเอง ในระยะทาง 100 M ไม่ให้ใช้วัตถุระเบิด เกิน 300 กก. ต่อ 1 DELAY

                แต่ถ้าอยู่ในชุมชน ในระยะ 100 M ไม่ให้ใช้วัตถุระเบิดเกิน 15 กก. ต่อ 1 DELAY

 

3.3      เสียงดัง [AIR BLAST]

 

พลังงานระเบิดส่วนหนึ่งจะเกิดเสียงดังมาตามอากาศ เกิดจากกลั่นเสียงที่มีพลังมหาศาลดังนั้นการใช้วัตถุระเบิด จึงอย่าใช้มากเกินไป

                รูเจาะตื้นเกิดเสียงดังมาก การทำ  SECOND BLAST  โดยแปะระเบิดก็เกิดเสียงดังมาก การระเบิดโดยใช้สายชนวนระเบิดก็เกิดเสียงดังมาก

                หน่วยความดังวัดเป็น DECIBEL  สามารถแปลงค่าเป็นความดัน PSI  ได้

131  DB = 0.01  PSI  ไม่มีอันตราย

141 DB = 0.03 PSI  กระจกจะแตก

การระเบิดที่ปลอดภัย  คืออย่าให้กระจกแตก

 

 

 

3.4      การเก็บรักษาวัตถุระเบิด

ต้องให้ห่างชุมชน  เพราะถ้าเกิดระเบิดแล้ว ถือเป็นภัยพิบัติทีเดียว แก๊ป,ดินระเบิด,ปุ๋ย  ต้องแยกเก็บไว้คนละกอง

ความห่างจากชุมชน ขึ้นกับปริมาณวัตถุระเบิดที่สต็อก  เช่น

วัตถุระเบิด 10 ตัน คลังระเบิดต้องอยู่ห่างจากบ้านเรือน 600 เมตร  ห่างถนน 200 เมตร คลังอยู่ห่างกัน 60 เมตร เป็นอย่างน้อย

คลังเก็บระเบิด ต้องไม่ทำด้วยโลหะ ต้องกันกระสุน ต้องไม่มีวัตถุไหม้ไฟอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

 

3.5      ไฟฟ้าแรงสูง [HIGH VOLTAGE POWER LINE]

มีอันตรายกับการใช้แก๊ป ไฟฟ้า  ในลักษณะที่เหนี่ยวนำให้เกิด INDUCE CURRENT ได้ และการระเบิดใกล้ไฟฟ้าแรงสูง อาจทำให้สายแก๊ป,สายต่อ,สายเมน ปลิวไปค้างบนไฟฟ้าแรงสูงเกิด SPARK ได้

แก๊ป ไฟฟ้า แจะต้องการไฟ 1.5 A ในการระเบิด ก็หมายถึงในวงจรระเบิด แต่ถ้ากระแสเพียง 0.25 A ไหลเข้านานตามควรก็เกิดระเบิดได้ ดังนั่นจึงกำหนดว่าไฟฟ้าเหนี่ยวนำ,ไฟฟ้าสถิต,ไฟฟ้ารั่วที่ก่อให้เกิดกระแส 0.05 A มีในที่ใด ห้ามไม่ให้ใช้แก๊ปไฟฟ้าในที่นั่น

 

3.6      ไฟฟ้าสถิต [STATIC CURRENT]

เกิดจากการเสียดสีวัตถุ เช่นปุ๋ยที่อัดเข้ารูเจาะโดยเครื่องอัดปุ๋ย ที่สายยางอัดปุ๋ยไม่ได้ใช้ ANTISTATIC  จะเกิดไฟฟ้าสถิตได้

ในที่แห้งไฟฟ้าสถิตจะรุนแร ง ถ้าเป็นที่มีความชื้น ประจุจะไม่สะสมมาก

อย่างไรก็ดี ในที่ที่ความต้านทานระหว่างสายยางอัดปุ๋ยกับผนังรูเจาะน้อยกว่า 10,000  โอห์ม อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นได้

ทางแก้คือให้ใช้สายยาง ANTISTATIC และต่อสายดินที่ถังอัดปุ๋ย

 

3.7      คลื่นวิทยุ (RADIO WAVE)

วงจรแก๊ปไฟฟ้าระเบิดได้ถ้าอยู่ใกล้ ตัวอย่างเช่น ความถี่ 0.5 –1.6 MHZ กำลังส่ง 500 KW ระยะปลอดภัยต้องมากกว่า 2 กม. ถ้าความถี่ 30 MHZ กำลังส่ง 500 KW ระยะปลอดภัยต้องมากกว่า 15 กม. แต่กรณีดังกล่าวยังไม่เคยพบอุบัติเหตุ

 

วิทยุมือถือ WALKY TALKY ที่กำลังส่ง 5 WATT ความถี่ 27 MHZ กำหนดให้มีระยะปลอดภัย มากกว่า 2 เมตร

 

หรือวิทยุมือถือของตำรวจ จะเป็นสาเหตุของการระเบิดที่พังงาเมื่อหลายปีก่อนก็ไม่ทราบได้ ?

3.8      ฟ้าผ่า

ทำให้แก๊ปทุกชนิดระเบิดได้ ดังนั้นในขณะมีฝนฟ้าคะนอง ให้ออกจากหน้างานอัดระเบิดทุกคน

การอัดระเบิดในช่วงฤดูกาลพายุ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ต้องเลือกจังหวะอัดระเบิด และระเบิดให้เร็วที่สุด โดยสังเกตภูมิอากาศ

 

4.       อุบัติเหตุที่พบบ่อย

4.1      เจาะซ้ำรูเดิม ที่บังเอิญมีวัตถุระเบิดตกค้างอยู่

4.2      เก็บอุปกรณ์ไฟฟ้า ออกจากหน้างาน ก่อนอัดระเบิด

4.3      วัตถุระเบิดที่ระเบิดแล้วด้าน ที่ตกค้างอยู่ตามหน้างาน ห้ามเก็บไปใช้อีกต้องทำลายทิ้ง

4.4      ระเบิดปลา (โดยผู้ไม่ชำนาญ)

4.5      โอห์มมิเตอร์ช่างไฟฟ้า

4.6      ไม่กำหนดเวลาที่ตายตัวในการระเบิด ไม่เปิดไซเรน ไม่ติดป้านห้ามเข้า ไม่มีคนเฝ้าต้นทาง ไม่หลบเข้าที่กำบังให้ดี

4.7      ฟ้าผ่า

4.8      จุดสายชนวนแก๊ปชนวน

4.9      หินปลิว

4.10   ใช้ระเบิดที่ชาวบ้านทำเอง

 

เพื่อลดอุบัติเหตุ ผู้ใช้วัตถุระเบิดต้องศึกษาการใช้ให้ดี และทำงานด้วยความปลอดภัย การเกิดอุบัติเหตุจากวัตถุระเบิด มักจะรุนแรงถึงแก่ชีวิตเสมอ

 

5.       เหตุการณ์จริงที่เกิดจากการใช้วัตถุระเบิด

 

กรณีที่ 1                         จุดระเบิดไม่ทันในอุโมงค์

 

                ที่เหมืองใต้ดินทำแร่ฟลูออไรท์ จังหวัดเพชรบุรี พ.. 2526 ไม่มี HSD (HALF SECOND DELAY DETO) ใช้ จึงใช้แก๊ปจุดกับสายชนวน อุโมงมีขนาด 3 m x 3 m เจาะ 6 ฟุต 30 รู เนื่องจากเป็น PATTERN การระเบิดแบบ BURN CUT การระเบิด ต้องให้ระเบิดที่รูหัวใจก่อน คนงานจึงตัดสายชนวนในวงจรระเบิดสั้นยาวไม่เท่ากัน โดยเส้นสั้นจะอยู่ภายในและเส้นยาวอยู่รอบนอก

 

                โฟร์แมนเป็นผู้จุดระเบิดเอง โดยจุดเพียงคนเดียว ไล่จากศูนย์กลางออกมารอบนอก คนงานแปลกใจมากที่เมื่อมีเสียงระเบิดดังทีละนัดแล้ว โฟร์แมนก็ยังไม่ออกมาจากอุโมงค์ ต่างก็แน่ใจว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว เมื่อหมดเสียงระเบิด ต่างก็บุกควันเข้าไปดู

 

                โฟร์แมนคนนั้นจมอยู่ในกองหิน ที่หมวกปิดหน้า คนงานต้องช่วยกันคุ้ยหินออกท่ามกลางควันระเบิด หินที่คุ้ยออกมามี 3 คันรถสิบล้อ ( ประมาณ 50 ตัน) โฟร์แมนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เดชะบุญรอดชีวิตได้

วิจารณ์

                1.     การใช้แก๊ปจุด และสายชนวน สายชนวนต้องถูกตัfให้เท่ากัน

2.    กรณีนี้ ให้จุดสายชนวนจากรูหัวใจออกมา

3.    ทุกครั้งต้องมีคนถือสายชนวนอีกเส้นหนึ่ง สายชนวนเส้นนี้มีไว้เพื่อถูกจุดก่อน และมีความยาวสั้นกว่าทุกเส้น เมื่อความเผาไหม้ลามถึงที่สุดแล้ว ทุกคนจะต้องออกจากหน้าระเบิด และรีบวิ่งออกไปทันที

4.    การจุด 30 นัด สำหรับ 1 คน ในอุโมงค์ นับว่ามากไป เวลาในการทำการจุดไม่พอ กว่าจะทำการจุดเสร็จ ระเบิดนัดแรก ได้ระเบิดออกมาเสียก่อน

 

กรณีที่ 2                         สูบบุหรี่ขณะถือแก๊ปจุดและสายชนวน

 

                มี พ.. 2538 ที่เหมืองหินแห่งหนึ่ง ตำบลรางสาลี อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โฟร์แมน ใช้ให้คนงานไปเอาแก๊ปจุดพร้อมสายชนวนมา ด้วยจะมีการระเบิดผ่าก้อนในวันนั้น กว่า 200 ก้อน

 

                แก๊ปจุดและสายชนวน เป็นแบบประยุกต์ทำเองที่ราชบุรี ตัวแก๊ปทำจากหลอดกาแฟสายชนวนเป็นเชือกกระสอบข้าวสารเคล้าด้วยดินปืน

 

                โชคร้ายที่คนงานสูบบุหรี่ระหว่างทำ PRIMER ไม่รู้ว่าบุหรี่ไปถูกสายชนวนเมื่อใด พอรู้เข้าก็รีบทิ้งแก๊ปจุด และสายชนวนทั้งหมด แต่ก็ช้าไปแล้ว โฟร์แมนซึ่งกำลังคุมเจาะ เล่าให้ฟังภายหลังว่า มีเสียงระเบิดดังขึ้นเสียงแตกต่างจากยางรถระเบิด และแตกต่างจากสายยางลมระเบิด เมื่อขับรถมาดูก็พบคนงานฟุบจมกองเลือด จึงได้พาส่งโรงพยาบาล

 

ทราบภายหลังว่ารอดชีวิต

วิจารณ์  

1.    เรื่องนี้ คงต้องเน้นการคัดเลือกบุคลากรที่จะมาทำงาน เมื่อเลือกแล้วจะต้องอบรมให้ดี ทั้งก่อนเริ่มงาน และระหว่างปฏิบัติงาน

2.    อย่าใช้วัตถุระเบิดที่มีคุณภาพไม่ได้ตามมาตราฐาน

 

กรณีที่ 3             ขโมยวัตถุระเบิดไประเบิดปลา

 

                เหตุเกิด ปี พ.. 2525 ที่ห้วยแห่งหนึ่งในเขต อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มีคนถูกระเบิดมือขาด ชาวบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล หมอต้องตัดแขนซ้ายออกเสมอศอก

               

                ทราบว่าคนเจ็บเป็นพนักงานขับรถในเหมืองใต้ดินแห่งหนึ่ง ไม่เคยเข้าใจการใช้วัตถุระเบิด เพราะชำนาญแต่ขับรถ ได้ขโมยแก๊ปจุดสายชนวนไดนาไมท์ไปทำการระเบิดปลา ยังไม่ทันระเบิดปลา ระเบิดได้ระเบิดขึ้นเสียก่อน

 

วิจารณ์  

1.    สายชนวน ปกติจะตัดเฉียงเป็นปากฉลาม เมื่อจุดโดยใช้บุหรี่ หรือธูป หรือ สายชนวนเองก็ตาม ถ้าดินปืน ในสายชนวนติดแล้ว มันจะฟู่ออกมา จากนั้น ดินปืนจะถูกเผาลามอยู่ภายในสายชนวน โดยดูไม่ออกว่ากำลังลุกลามอยู่

2.    คนเจ็บคงจะไม่มีประสบการณ์คงจะเฝ้าแต่จุดอยู่ โดยไม่ทราบว่าสายชนวนได้เผาไหม้แล้ว

3.    ทางเหมือง ต้องมีวิธีรัดกุมในการควบคุมวัตถุระเบิด

 

2.   แก๊ปไฟฟ้า (ELECTRIC DETONATOR)

 

กรณีที่ 4             เจาะซ้ำรูเดิม เกิดระเบิด

 

                ปี พ.. 2521 ที่เหมืองใต้ดิน จังหวัดกาญจนบุรี ขณะที่กำลังทำการเจาะ 6 ฟุต ในอุโมงค์ขนาด 2mx3m คนงานผู้หนึ่งซึ่งชำนาญในการเจาะ หัวเจาะขาหยั่ง (PUSHER LEG)ได้ประสบอุบัติเหตุหัวเจาะกระแทกล้มศรีษะ แตก เพื่อนได้นำส่งคลีนิค ในเหมืองนั่นเอง

 

                เมื่อหายตกใจแล้ว โฟร์แมนได้เข้าทำการไต่ถามทราบว่า คนงานอยากเจาะให้เสร็จเร็วขึ้น จึงได้เจาะซ้ำรูเดิม (PLUG HOLE) ซึ่งยังลึกอยู่ 1 ฟุต จึงเกิดการระเบิดขึ้น

 

วิจารณ์

1.    เราไม่อาจแน่ใจได้ว่า แก๊ปไฟฟ้าทุกดอกจะระเบิดทั้งหมด ด้วยเหตุนั้นในอุโมงค์หลังระเบิด จะต้องฉีดน้ำล้างและเช็ดหินให้ดี ก่อนที่จะเจาะต่อไป เหตุผลหนึ่งก็คือ จะได้ตรวจดูผลของการระเบิด

2.    ถ้ามีสายแก๊ปโผล่ ให้ทดลองดึงดูเบาๆ ถ้าไม่หลุด ต้องเอาโอห์มมิเตอร์มาเช็คดู ถ้าโอห์มขึ้น แสดงว่าแก๊ปยังดีอยู่ ต้องระเบิดซ้ำ ถ้าไม่ขึ้นก็ OK แสดงว่าแก๊ปได้ระเบิดไปแล้ว

3.    อย่างไรก็ดีก็มีกฏอยู่ว่า “ห้ามโดยเด็ดขาด อย่าเจาะซ้ำรูเดิม”

 

กรณีที่ 5             เจาะผ่าก้อนเกิดระเบิด

 

                ปี พ.. 2541 ที่แก่งคอย จ.สระบุรี คนงาน 5 คน กำลังเจาะหินก้อนโตอยู่ โดยใช้หัวเจาะ JACK HAMMER โดยใช้ก้านเจาะ 2 ฟุต ในการเจาะนี้ใช้เครื่องลม XAH 350 เป็นกำลัง ซึ่งมันสามารถใช้กับ JACK HAMMER ได้ถึง 10 ตัว พร้อมกันทีเดียว

 

                ทันทีทันใดนั้น ก็มีเสียงระเบิดดังแว่วๆมา แต่คนงานคนหนึ่งได้ฟุบลงไป เพื่อนๆจึงนำตัวส่งโรงพยาบาล

 

                แพทย์ได้ทำการตรวจดูแล้วพบบาดแผลตั้งแต่น่องขึ้นไปถึงโคนขา เลยไปถึงอวัยวะสืบพันธุ์ แต่อาการไม่สาหัสมากนัก หลังจากทำแผลแล้วแพทย์ให้กลับบ้านได้

 

                ภายหลังคนงานคนดังกล่าวได้ขอลาออก เพราะไม่กล้าทำการเจาะอีกต่อไป โดยภายหลังจากการทำรายงานการอุบัติเหตุ จึงทราบว่าเหตุที่เกิดระเบิดขึ้น เพราะเจาะเข้าใส่รูเดิมซึ่งอาจจะเผลอไม่ได้ต่อเข้ากับวรจรระเบิดในคราวก่อน ส่วนระบบสืบพันธุ์ คนงานกล่าวว่า เกิดความชาไม่มีความรู้สึก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่มีผู้ไต่ถามในรายละเอียด

 

วิจารณ์

1.    หินก้อนที่เกิดอุบัติเหตุนี้ ถูกเจาะและบรรจุวัตถุระเบิดแล้ว แต่คงไม่ได้พ่วงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวงจรระเบิด ในคราวก่อน

2.    เป็นหน้าที่ของคนงานและโฟร์แมนที่จะต้องตรวจวงจรระเบิดให้ดีทุกครั้ง อย่าให้หลงได้

3.    อย่างไรก็ดี ข้อห้ามว่า “อย่าเจาะซ้ำในรูเก่า” ก็ยังใช้อยู่ได้

 

กรณีที่ 6             ไม่รู้เวลาทำการระเบิดที่แน่นอน โฟร์แมนใช้คนงานไปเอาชะแลงในหน้างานที่ทำการระเบิด

 

                ปี พ.. 2524 ที่เหมืองใต้ดิน จังหวัดกาญจนบุรี ในเหมืองใต้ดินแห่งนี้มีสายแร่ที่สมบูรณ์ และสามารถเปิดงานอุโมงค์ อันเป็นงาน DEVELOPMENT ได้หลายหน้า

 

                ในขณะที่ต้องเร่งงาน PRODUCTION ในช่วงก่อร่างสร้างตัว ก็ต้องเร่งงาน DEVELOPMENT ก่อน หน้างานอุโมงค์ใดเจาะเสร็จแล้วก็สามารถระเบิดได้ก่อน โดยไม่ต้องรอหน้าอื่น ข้อแม้มีอยู่ว่า ควันระเบิดต้องไม่ไปรบกวนหน้างานอื่น

 

                โฟร์แมนต้องเป็นผู้ฉับไว สั่งงานชัดแจ้ง แน่นอน รู้งานกระจ่าง เพราะหน้างานมีหลายหน้า ไม่อาจอยู่เฝ้างานหน้าเดียวได้  คนงานต้องเก่งกาจ ชำนาญในงานประจำเป็นอย่างดี

 

                ในวันเกิดเหตุ โฟร์แมนได้ตรวจงานที่หน้างาน 590 แล้ว ได้สั่งว่าเมื่ออัดระเบิดเสร็จแล้วให้ระเบิดได้เลย แล้วตนก็เลยลงไปดูงานหน้าล่างลงไปคือ 575 ที่หน้างาน 575 ยังเจาะไม่ได้ เพราะมีหินร้าวต้องเช็คลงเสียก่อนให้เกิดความปลอดภัย

 

                บังเอิญที่หน้างาน 575 ชะแลงไม่มี โฟร์แมนจึงสั่งให้คนงานไปเอาชะแลงที่หน้างาน 590 ซึ่งในขณะนั้นหน้างาน 590 อัดระเบิดเสร็จแล้ว คนงาน 590 มารวมกันอยู่ใน CROSS CUT แห่งหนึ่ง เพื่อทำการจุดระเบิด

 

                CROSS CUT นี้อยู่ลับตา และหากว่ามีใครเดินเข้าไปที่หน้างาน 590 ก็จะมองไม่เห็นจาก CROSS CUT นี้ หลังจากที่กดระเบิดแล้ว ได้ยินเสียงโอดโอยมาจากหน้างาน 590 คนงานจึงกรูเข้าไปช่วยเพื่อนออกมา ปรากฏว่าหินจากการระเบิดเข้าไปฝังอยู่ในตัวของคนเจ็บเป็นก้อนๆ ก้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง หลังจากทำการปฐมพยาบาลแล้วเสร็จ คนเจ็บก็ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลกาญจนบุรี

 

                ใช้เวลาในการรักษาตัว 2 เดือนคนเจ็บจึงกลับเข้ามาทำงานได้เป็นปกติอย่างเดิม

 

วิจารณ์

1.    ตามปกติในเหมืองใต้ดิน จะต้องมีเวลาระเบิดที่พร้อมกัน โดยคนงานจะต้องมาอยู่รวมกันในสโตร์ เพื่อนับให้ครบ

2.    บางหน้างานอาจจะระเบิดไม่พร้อมกับหน้าอื่นได้ถ้ากรณีเร่งด่วน

3.    ข้อสำคัญคือ หน้างานที่พร้อมทำการระเบิดแล้ว จะต้องขึ้นป้ายว่า “อันตราย ห้ามเข้า” ไว้ทุกครั้ง

 

 

 

กรณีที่ 7 เหมืองใต้ดินต้องมี SURVEY เพื่อยืนยันตำแหน่ง การหลบระเบิดในที่ไม่รู้ตำแหน่ง อาจจะถูกระเบิดได้

 

                ปี พ.. 2518 ที่เหมืองใต้ดิน แร่ฟลูออไรท์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวะงานในขณะนั้นคือ เจาะเรส ตามสายแร่ จากอุโมงค์ระดับหนึ่งขึ้นไปทะลุหาอุโมงค์อีระดับหนึ่งซึ่งอยู่สูงเป็นชั้นถัดไป

 

                ช่างรังวัดผู้หนึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ ได้คำนวณไว้แล้วว่า เรสจะต้องทะลุใน ROUND นี้แน่นอน โดยจะทะลุในตำแหน่ง A ซึ่งเขามีความมั่นใจในตัวเองมาก เมื่อถึงเวลาระเบิด เขาได้ไปเฝ้าดูผล โดยไปรออยู่ ณ ตำแหน่ง B ซึ่งปลอดภัย ถ้าหากว่าเรสจะทะลุที่ตำแหน่ง A ตามผลการคำนวณ

 

                แต่ผลปรากฏว่า เรสทะลุที่ตำแหน่ง B  ไม่ใช่ที่ตำแหน่ง A เขาจึงยืนยันความรับผิดชอบของเขาเองด้วยชีวิต

 

วิจารณ์

1.    ผล SURVEY ก็มีความผิดพลาดได้จากการใช้ข้อมูลผิดบางประการ

2.    เมื่อมั่นใจว่าจะทะลุใน ROUND นี้ก็ควรจะเจาะ 10 ฟุต เช็คให้ประจักษ์ว่าทะลุจริง ด้วยก้านเจาะ ดีกว่าการมาเสี่ยงเฝ้าดูใกล้ๆ จุดทะลุ

 

กรณีที่ 8             หลบระเบิดใน PILLAR CROSS CUT ขณะระเบิด PILLAR ก็เป็นอันตรายถึงชีวิต

 

                ปี พ.. 2535 ที่เหมืองใต้ดิน จังหวัดนราธิวาส เหมืองนี้ฝรั่งเศสได้เคยทำมาก่อน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีวิธีการทำเหมืองแบบ ROOM AND PILLAR เมื่อสมัยหลังที่คนไทยเข้าไปทำต่อก็ใช้วิธีเดียวกัน

 

                งานที่ทำในขณะนั้นคือ การเจาะ PILLAR หลังจากคนงานอัดระเบิดแล้วเสร็จ ก็ได้ต่อสายเมนระเบิดไปที่ CROSS CUT เพื่อทำการจุดระเบิด โดยหาได้ทราบไม่ว่า CROSS CUT ที่ตนหลบอาศัยนั้นกำลังถูก PILLAR วนมาทะลุ ทั้งนี้เพราะเหมืองนี้ไม่มี SURVEY เป็นกิจจะลักษณะ

 

                ผลของการระเบิดทำให้ CROSS CUT ทะลุกลายเป็น PILLAR ที่สมบูรณ์ แต่คนงานเสียชีวิต

วิจารณ์

1.    งาน SURVEY ต้องควบคู่ไปกับการทำเหมืองใต้ดิน เพราะข้างล่างนั้นเมื่อลงไปแล้วจะหลงทิศ

2.    ผู้ควบคุมงานที่รับผิดชอบงานจะต้องลงตรวจหน้างานทุกวัน และต้องมีความสามารถอ่านแผนที่เป็น

กรณีที่ 9             ระเบิดปลาอีก คราวนี้ใช้แก๊ปไฟฟ้า

 

                ปี พ.. 2534 ที่ห้วยลำเขางู อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ห้วยลำเขางู เป็นต้นห้วยสายหนึ่งของแควใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี ปลาชุกชุมมาก โดยเฉพาะปลาเวียน มันจะชอบอยู่ตามแก่งหิน เที่ยวว่ายเล่นทวนน้ำเสมอ ถ้าจะจับต้องใช้ตาข่าย จะใช้เบ็ดไม่ได้เพราะ อาหารตามธรรมชาติสมบูรณ์มาก มันไม่กินเบ็ด แน่ละถ้าใช้ระเบิดต้องได้ผลในทุกกรณี

 

                6 โมงเย็นแล้ว นาย ก กับนาย ข ยังไม่กลับบ้าน เขาบอกเมียว่าจะไปหาปลาจนป่านนี้ยังไม่กลับ บรรดาเพื่อนบ้านต่างพากันออกไปหาก็ไม่พบ จนกระทั่งอีก 2 วันต่อมาจึงพบตัว ทั้ง 2 คนนอนเคียงบ่าเคียงไหล่กันบนโขดหินหนึ่งริมห้วย เมื่อมองแต่ไกลจะเห็นดำมืดไปหมด ด้วยแมลงวันป่าได้พากันมาตอมเลือดเนื้อ ตอมไม่มีที่ว่างแม้แต่ตารางนิ้ว

                ข้างศพมีลังเล็กๆ ที่ใช้แบตเตอรี่ 4 ก้อน ที่ใช้กับวิทยุ และยังมีสายต่อระเบิดต่ออยู่ แต่ไม่เห็นระเบิดไม่ว่าแก๊ป หรือไดนาไมท์ เข้าใจว่าคงจะระเบิดและเป็นเหตุให้ชายทั้งสองเสียชีวิต

 

วิจารณ์

1.    ถ้าจะเอาแก๊ปไฟฟ้า กับไดนาไมท์ ระเบิดปลาย่อมทำได้ โดยโยน PRIMER ลงไปให้ปลามารุมตอมก่อนส่วนคนก็หลบให้ดี ก่อนชอร์ตวงจรระเบิด

2.    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นไม่มีใครทราบ ว่าเหตุใดชายทั้งสองจึงชอร์ตวงจร ในขณะที่ระเบิดอยู่กับตัว

3.    แม้ปลาในห้วยที่เห็นลอยตายเกลื่อนกลาด แต่ก็อาจตายจากการระเบิดนัดก่อนที่ไม่ใช่นัดสุดท้าย

4.    ชายทั้งสองไม่ใช่ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำในการทำหน้าที่เจาะระเบิด ความผิดพลาดจึงอาจเกิดได้จากหลายอย่าง

 

กรณีที่ 10             อย่าใช้แก๊ปจุด และสายชนวนในที่ที่ถ้าจุดแล้ว จะวิ่งหนีไม่ทัน

 

                ปี พ.. 2525 ที่เหมืองใต้ดิน จังหวัดกาญจนบุรี จังหวะงานในขณะนั้นคือ จะต้องทำปล่องระบายอากาศ (VENTILATION SHAFT) ขนาด 3m x 3m เพื่อติดตั้งพัดลมระบายอากาศ (FAN) และติดตั้งท่อส่งน้ำทิ้ง (DEWATERING PIPE)

 

                การทำปล่องระบายอากาศ ต้องเริ่มต้นด้วยการเจาะเรส จากระดับ 622 ให้มาทะลุผิวดินที่ระดับ 650 ด้วยเรสขนาด 1.5m x 1.5m เสร็จแล้ว ต้องขยายเรสให้เป็น 3m x 3m ด้วยการเจาะ SHAFT ตามลงไป

 

                ในขณะนั้น SHAFT อยู่ลึก 15 m คนงานต้องไต่ลงไปเจาะ กับบันไดเหล็กที่ยึดไว้ชั่วคราวกับผนัง SHAFT หลังจากที่เจาะเสร็จแล้ว ก็ต้องอัดระเบิดด้วยแก๊ปจุด และสายชนวนธรรมดา โดยตัดสายชนวนยาว 2 เมตร (รูเจาะลึก 1.8 เมตร)

                โฟร์แมนได้ทดสอบอัตราการเผาไหม้แล้วว่า 40 วินาที ต่อ 1 เมตร ดังนั้นสายชนวนยาว 2 เมตร จะมีเวลา 80 วินาที น่าจะปีน SHAFT 15 เมตรขึ้นทัน ดังนั้นเมื่อรูสุดท้ายถูกจุดแล้ว คนงานทั้งหมดก็ปีน SHAFT ขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันที่ขาคนงานคนสุดท้าย จะก้าวพ้นขอบ SHAFT เสียงระเบิดก็ดังขึ้นเป็นนัดแรก

 

วิจารณ์

1.    โฟร์แมนน่าจะทดลองจับเวลาในการปีนก่อนว่า 15 เมตร นั้นจะปีนโดยใช้เวลาเท่าใด จึงค่อยกำหนด ความยาวสายชนวนธรรมดา

2.    ขอชมในความกล้าหาญ และความแข็งแรงของคนงาน ถ้าใครปีนบันไดพลาดจะไม่มีโอกาสปีนซ้ำ

 

กรณีที่ 11                        แพ้ DYNAMITE

 

                เรื่องของการแพ้ไดนาไมท์ มักจะเกิดกับคนงานที่ทำหน้าที่อัดระเบิด ตั้งแต่การเตรียม PRIMER ไปจนจบขั้นตอนการอัดระเบิด เวลาที่จับต้อง ไดนาไมท์ อยู่ในราว 1.5-2 ชั่วโมง ก็เพียงพอให้เกิดอาการแพ้แล้ว มีอาการคลื่นไส้ แสบร้อนมือ ปวดหัวตุบๆ เหมือนจะเป็นลม ทั้งนี้เพราะสาร NG (NITRO GLYSERLENE) ซึมเข้าร่างกายทางผิวหนัง

 

วิจารณ์

1.    อย่าใช้ไดนาไมท์ ให้ใช้ EMULSION หรือ WATERGEL

2.    ให้ใช้ถุงมือ

3.    แต่ถ้านานไปร่างกายจะมีภูมิต้านทานเอง

4.    ให้ใช้น้ำราดรดศรีษะ ให้อาบน้ำ และอยู่ในที่อากาศปลอดโปร่ง เมื่อมีอาการแพ้

 

กรณีที่ 12            เมาควันระเบิด

 

                ในเหมืองเปิด ควันระเบิดจะจางหายใน 5 นาที แต่ในเหมืองใต้ดินควันจะจางโดยขบวนการธรรมชาติได้ช้ามาก ต้องใช้พัดลม (AIR FAN) ช่วย แต่แม้กระนั้นก็อาจกินเวลาได้ 1-2 ชั่วโมง สำหรับอุโมงที่ลึกมาก

 

                แก๊สจากการระเบิด คือการสลายตัวของปุ๋ย AN-FO เป็น NO, NO2 และ CO, CO2 ควันระเบิด ทำให้มีอาการอึดอัด หายใจไม่ออก จะเป็นลม มองก็มองไม่เห็น เพราะควันระเบิดยังทึบอยู่ ความรู้สึกเหมือนกำลังจะสิ้นใจ ทวารกำลังจะเปิด

 

                ถ้าใครมีอาการอย่างนั้น ให้เอาน้ำราดรดตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า และให้รีบกลับมาหาอากาศบริสุทธิ์ ถ้ากลับไม่ได้ให้เปิดท่อลม COMPRESS AIR ช่วย

 

                เมื่อปี พ..2526 ที่เหมืองใต้ดิน จังหวัดกาญจนบุรี มีปัญหาน้ำท่วมเหมืองจนไม่สามารถทำเหมืองได้ทั้งปี มีความจำเป็นต้องเจาะอุโมงระบายน้ำ ขนาด 3m x 3m ยาว 1700 m การเจาะอุโมงค์จะต้องเจาะเข้าหากันทั้ง 2 ด้าน ด้านหนึ่ง 700 เมตร อีกด้านหนึ่ง 1000 เมตร

 

                ด้าน 700 เมตร พักไว้ไม่ต้องพูดถึง แต่ด้าน 1000 เมตร มีจุดเจาะเรสเพื่อระบายอากาศได้ที่ระยะ 200 เมตร จากปากอุโมงเข้าไป นอกจากนั้นแล้วเจาะเรสไม่ได้ เพราะ SECTION สูงกว่า 70 เมตร แปลว่า อุโมงที่ต้องเจาะตรงๆ 800 เมตร โดยใช้พัดลมอัดอากาศเข้าไป เป็นทางเลือกเพียงประการเดียว ในการระบายอากาศ

 

                ปกติการเจาะอุโมงค์ตรงๆ โดยมีเครื่องจักรในการตักคือ LHD (LOAD HAUL DUMP) และรถสิบล้อ โดยจะต้องทำ LOADING STATION ทุก 150-200 เมตร ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ทว่า อุโมงค์ 800 เมตร เมื่อทำการระเบิดแล้วมันจะกินเวลา 2 ชั่วโมง กว่าควันระเบิดจะจางจนคนงานเข้าไปทำงานต่อได้

 

                เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลาในการรอควันโฟร์แมนผู้ชาญฉลาด ได้กำหนดจุดทำสถานีระเบิดไว้ที่ CROSS CUT ใกล้หน้างานที่สุด เมื่อระเบิดแล้ว ก็ให้คนงานอยู่ใน CROSS CUT นั่นเอง ไม่ต้องออกไปรอควันนอกอุโมงค์ แทนที่จะถูกควันรมจนตายอยู่ใน CROSS CUT ควันระเบิดกลับไม่ได้เข้าไปใน CROSS CUT เลย เพราะเขาเปิดลมจาก COMPRESS AIR PIPE ใน CROSS CUT ออกมาต้านควันระเบิดไว้

 

                เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาอาจจะรอควันเพียงแค่ 20 นาที เท่านั้น ก็สามารถเข้าไปทำงานต่อได้ กล่าวคือแม้ดูจากภายนอกอุโมงค์ ควันยังหนาทึบ แต่ภายในอุโมงค์อากาศดีพอให้ทำงานได้แล้ว

 

วิจารณ์

1.    เขาคงจะชำนาญงานมาก เพราะทำงานทุกวันจนเข้าใจธรรมชาติของการใช้พัดลม (AIR FAN) และการเคลื่อนตัวของควันระเบิดแล้ว

2.    อย่างไรก็ตามขอชมว่า ทั้งกลุ่มต่างเป็นผู้กล้าหาญ

 

กรณีที่ 13             วิทยุมือถือ ทำให้เกิดการกระตุ้นแก๊ปไฟฟ้า ให้ระเบิดได้หรือไม่

 

                เมื่อปี พ..2528 ที่จังหวัดพังงา มีรถขนส่งวัตถุระเบิดซึ่งประกอบด้วย แก๊ปไฟฟ้า 1 คัน และไดนาไมท์ 1 คัน บรรทุกระเบิดจาก กระบี่? จะไปที่สระบุรี? เมื่อผ่านมาได้เพียงแค่จังหวัดพังงา ก็เกิดพลิกคว่ำที่ตลาดพังงา

 

                ชาวบ้านผู้อยู่ในเหตุการณ์ ต่างพร้อมใจกันประพฤติตนเป็นไทยมุงอยู่รอบๆรถที่พลิกคว่ำ กระแสข่าวกล่าวว่า บ้างถึงกับลงมือฉกฉวยเข้าของมาเป็นของตนก็มี ทั้งนี้โดยไม่ทราบว่าเป็นวัตถุระเบิด

 

                ตำรวจเมื่อทราบข่าว ต่างพากันมาช่วยคุ้มกันวัตถุระเบิด เพียงแค่ 20 นาที หลังจากรถพลิกคว่ำ ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว กระแสข่าวกล่าวว่า มีคนตาย 200 คน ตลาดก็วอดวายหมด

 

                พวกเราทั้งหลายที่มิได้อยู่ในที่เกิดเหตุก็ได้ติดตามข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น ท้ายที่สุดก็ไม่ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร ใช่หรือไม่ว่าเกิดจากการที่ตำรวจใช้วิทยุ WALKY TALKY โต้ตอบกัน ทำให้แก๊ประเบิดแล้วไปกระตุ้นให้ DYNAMITE ทั้งคันรถระเบิดตามไปด้วย

 

วิจารณ์

1.    ข้าพเจ้ามีความจำเป็นต้องใช้วิทยุในเหมืองเปิด แต่ก็เป็นกังวลว่าแก๊ปจะระเบิด ดังนั้นจึงได้ทดลอง โดยเอาแก๊ปมาวางบนพื้น เอาแป๊ป ที่มีหน้าแปลนปิดครอบไว้ แล้ววิทยุทดลองใกล้ๆ แค่ 1 เมตร ก็ไม่ปรากฏว่าเกิดการระเบิดแต่ประการใด วิทยุนั้นมีกำลังการส่งแค่ 5 WATT

2.    ตามเหมืองเปิดใหญ่ๆก็ใช้วิทยุมือถือทั่วไป ไม่เห็นมีใครมีปัญหา

3.    แต่ตามตำรา ห้ามไม่ให้ใช้วิทยุเพราะกลัวแก๊ประเบิด เรื่องนี้จึงยังไม่แน่ชัด

 

 

 

กรณีที่ 14             หินปลิวในเหมืองเปิด (FLY ROCK)

 

                ในเหมืองเปิดที่เจาะด้วย PCR (PNEUMATIC CRAULER DRILL)  หรือเจาะด้วย HCR (HYDRAULIC CRAULER DRILL) ใน PATTERN ปกตินั้น หินระเบิดที่ออกมาทางด้านหน้าผากระเด็นไม่ไกลมาก อาจจะ 50-100 เมตร แต่หินส่วนที่ยิงออกจากปากรูจะกระเด็นขึ้นไปในอากาศ และมีรัศมีกว้างกว่า อาจจะไกลถึง 100 เมตร

                แต่หินที่ปลิวไกลเป็นพิเศษ ได้แก่หินที่เรี่ยราดอยู่บนพื้นเจาะ ที่คนงานเก็บออกไม่หมด หรือรถตักกวาดออกไม่หมด หินลอยพวกนี้มีน้อยกว่าจำพวกที่ยิงออกปากรู แต่กระเด็นได้ไกลถึง 300-400 เมตร หินจำพวกหลังนี้ทำให้เกิดอันตรายกับผู้คน และวัวควายด้วย

                ถ้าพื้นที่ประทานบัตรเล็กเกินไป และมีอาณาเขตติดกับเพื่อนบ้าน หินลอยประเภทนี้จะเกิดปัญหามากที่สุด

 

วิจารณ์

1.    การกำหนดพื้นที่ทำเหมือง หรือกำหนดพื้นที่ขอประทานบัตร ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องกันพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เพื่อรองรับหินปลิวด้วย

2.    ก่อนเคลื่อนย้าย PCR หรือ HCR เข้ายังหน้าเจาะให้ใช้รถตัก CLEAR หินลอยเรี่ยราดออกไปก่อนเจาะ

3.    ต้องเปิดไซเรน ต้องมีคนเฝ้าทาง

 

กรณีที่ 15             หินปลิวในเหมืองใต้ดิน

 

                การเจาะระเบิดในเหมืองใต้ดินมี 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ เจาะตบ (SLAB BLASTING) ในการทำ PRODUCTION ใน STOPE และการเจาะเดินอุโมงค์ ที่มีรูหัวใจ (CUT HOLE)

 

                อันตรายจะเกิดได้จากหินปลิวจาก การระเบิดของ HSD ที่รูหัวใจ เพราะมันจะยิงออกจากปากรูไกลถึง 100 เมตร ในอุโมงค์ตรง

 

วิจารณ์   ผู้จุดระเบิด ต้องทำการจุดระเบิดใน CROSS CUT ทุกกรณีอยู่แล้ว

 

กรณีที่ 16             วัตถุระเบิดที่ใช้ในการเจาะผ่าก้อน

 

                ในเหมืองเปิด หินที่ระเบิดออกมาจะต้องมีขนาดก้อนโดยเฉลี่ยในระดับหนึ่ง (GRADATION) หินที่โตเกินปากโม่ (PRIMARY CRUSHER) ไม่ควรมีมากกว่า 5 % หินที่โตเกินกว่าปากโม่จะต้องทำให้เล็กลง โดยการใช้ HYDRAULIC BREAKER หรือไม่ก็โดยการเจาะผ่าก้อน หรือไม่ก็โยนหินใส่กัน

                วัตถุระเบิดที่ใช้ในเหมืองเปิด โดยสภาพปกติ ประมาณ 7 ตันหิน ต่อวัตถุระเบิด 1 KG. มต่เมื่อจะระเบิดผ่าก้อนจะใช้วัตถุระเบิดมากอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าใช้มากขนาดนั้น หินจะละเอียด มีเสียงดัง และสะเทือนมาก ปลิวก็ไกล วัตถุระเบิดที่ควรใช้คือ 1/10 ของที่ใช้ระเบิดหน้าผา ถ้าก้อนที่มีขนาดโตประมาณ 1-2 ลบ.. ก็ใช้แก๊ป 1 ดอก ไม่ต้องใช้ไดนาไมท์เลย ใช้ปุ๋ยพอท่วมแก๊ป แล้วอัดดิน STEMING ให้แน่นๆ

 

วิจารณ์    การระเบิดผ่าก้อนทำให้หินปลิวไร้ทิศทาง จึงต้องควบคุมปริมาณระเบิดที่ใช้ให้พอดี

 

กรณีที่ 17                        ฟ้าผ่าในเหมืองเปิด

 

                ในช่วงต้นหน้าฝนและปลายหน้าฝน อันเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาล จะเกิดพายุฟ้าคะนอง และเกิดฟ้าผ่าบ่อยๆ บริเวณที่ฟ้าชอบผ่าได้แก่ บริเวณที่น้ำใต้ดินอยู่ในระดับตื้น และบริเวณที่มีแร่เหล็ก เพราะสภาพความเป็นตัวนำไฟฟ้ามีมากกว่าบริเวณอื่น

                เมื่อเดือน มิถุนายน 2541 ที่เหมืองหิน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในขณะที่การอัดระเบิดเสร็จแล้ว เหลือแต่การต่อวรจรแก๊ปไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ก็เกิดวิปริตฟ้าคะนอง โฟร์แมนรีบสั่งการให้ย้ายเครื่องจักรออกจากหน้าเหมือง ส่วนตนก็รีบเข้าช่วยในการต่อวงจรไฟฟ้า

 

                ยังไม่ทันที่ต่อวงจรเสร็จ ฟ้าก็ผ่าลงมาที่รูเจาะรูหนึ่ง ห่างจากวงจร 15 เมตร รูเจาะนั้นก็เกิดระเบิดทันที เพียงรูเดียว โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอันตราย

 

คนทั้งหมดเมื่อหายตกตะลึง ต่างรีบหนีเอาชีวิตรอด วงจรระเบิดที่เหลือ ได้รับการทำงานต่อหลังฟ้าคะนอง และระเบิดได้ตามปกติ

 

วิจารณ์

1.    เคยปรากฏในหนังสือตำรา ที่กล่าวถึงฟ้าผ่า เพียงประจักษ์ชัดคราวนี้เอง

2.    จากนั้นกฎกติกามารยาทในการใช้วัตถุระเบิด คือ ให้ใช้สายชนวนระเบิด ในช่วงฟ้าคะนอง

 

กรณีที่ 18             โอห์มมิเตอร์สำหรับเช็ควงจรระเบิด (BLASTING OHM METER)

 

ผลงานทั้งหมดของการเจาะ การอัดระเบิด ลงไปในรูเจาะ กำลังจะเกิดผลงานเมื่อทำการจุดระเบิด หากเกิดปัญหาในวงจรระเบิด อันเป็นเหตุให้การระเบิดไม่ได้ผล ย่อมเป็นที่น่าเสียดาย

                ดังนั้นจึงต้องเช็ควงจรระเบิดเสียก่อน ด้วยการใช้โอห์มมิเตอร์เช็คความต้านทานรวมของวงจร

 

                ต่อแบบอนุกรม

                                R รวม = R1+R2+R3+…+Rn

                ต่อแบบขนาน

                                1/Rรวม = 1/R1+1/R2+1/R3+…+1/Rn 

 

                เมื่อปฏิบัติการเช็คความต้านทานอยู่ทุกวัน โฟร์แมนย่อมจำตัวเลขได้ว่า ปกติแล้วความต้านทานของวงจรระเบิดอยู่ที่ใด วันใดที่อ่านค่าผิดไปมาก โฟร์แมนย่อมต้องหาสาเหตุก่อนที่จะทำการจุดระเบิด

 

                การทำงานของโอห์มมิเตอร์ คือ ปล่อยกระแสจำนวนหนึ่งซึ่งน้อยมาก เข้าวงจรระเบิดกระแสนี้น้อยจริงๆ จนไม่ทำให้แก๊ประเบิดได้ กระแสที่ผ่านเข้าวงจร บ่งชี้โดยเข็มอ่านค่าความต้านทาน

 

                ในราว พ..2525 บริษัทเหมืองแร่แห่งหนึ่งใช้ MULTIMETER แบบที่ช่างไฟฟ้าใช้ ทำการวัดวงจรวัตถุระเบิด ปรากฏว่าแก๊ปไฟฟ้าระเบิด ทำให้มีพนักงานเสียชีวิต

 

วิจารณ์

1.    MULTIMETER ใช้วัดค่าทางไฟฟ้าได้หลายอย่าง เช่น AC VOLT, DC VOLT, AC AMP, DC AMP และความต้านทาน R กระแสไฟฟ้าที่ปล่อยเข้าวงจรโดย MULTIMETER คงมีค่าจำนวนหนึ่งที่มากพอทำให้แก๊ประเบิดได้

2.    ไม่ควรใช้ MULTIMETER กับวงจรระเบิดในทุกกรณี

3.    ใช้เฉพาะ BLASTING OHM METER เท่านั้น

 

หมายเหตุ

-          แก๊ปไฟฟ้ามีหลายชนิด ไล่จากแบบปลอดภัยน้อย (=ใช้กระแสไฟน้อย ก็ระเบิดได้ ประมาณ 1.5 A) ไปจนถึงแบบปลอดภัยมาก (=ใช้กระแสไฟฟ้ามาก จึงจะระเบิด ประมาณ 4.5 A)

-          แต่ไม่มีแก๊ปไฟฟ้าแบบไหน ทนฟ้าผ่าได้เลย

 

กรณีที่ 19                        หม้อจุดระเบิด (BLASTING MACHINE)

 

                หม้อจุดระเบิด คือ ตัวอะไรสักอย่างหนึ่งที่มีหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้า ที่มีแรงดันไฟฟ้าแบบ DIRECT VOLTAGE ได้ 1500- 3000 V.

                ในการผลิตหม้อจุดระเบิด ถ้าผลิตตัวใหญ่ก็เก็บประจุไฟฟ้าไว้ได้มาก ถ้าตัวเล็กก็เก็บไว้ได้น้อย

               

เมื่อทำการจุดระเบิด ไม่ว่าจะโดยบิดกุญแจ หรือโดยกดปุ่ม  ก็จะทำให้ประจุไฟฟ้าที่เก็บไว้นั้น คายออกไปโดยพลัน การคายประจุ จะคายได้มากในช่วงต้นของเวลา และคายน้อยเมื่อเนิ่นเวลาออกไป

 

                ในวงจรระเบิดอันหนึ่ง ความต้านทานรวมของวงจร กระแสไฟฟ้าที่แก๊ปแต่ละดอกต้องการและเวลา(วินาที) จะเป็นตัวกำหนดว่า วงจรระเบิดนั้นต้องการพลังงานไฟฟ้าเท่าใด มันจึงจะระเบิดได้

 

                สูตร                กำลังไฟฟ้า [ W]   =                 VI

                                                     W                    =                 VI            

                                พลังงาน     [WT]       =                 VIT         

                แต่                               V              =                 IR

                ฉนั้น                 พลังงาน                  =                 I2 Rt                     

                                พลังงาน                  =                 I2 Rt                 ในที่นี้คือพลังงานความร้อนที่ใช้จุดแก๊ปไฟฟ้านั่นเอง

 

                ดังนั้นวงจรระเบิดหนึ่ง จะต้องการพลังงานจากหม้อจุดระเบิดลูกหนึ่ง จะต้องการพลังงานจากหม้อ

จุดระเบิดลูกหนึ่ง อย่างน้อย  =    I2 Rt 

 

ถ้ามันมีพลังงานพอ มันก็จะทำให้วงจรระเบิด ระเบิดได้  ถ้าไม่พอมันก็ไม่ระเบิด

                อันนี้คือหลักการในการเลือกขนาดของหม้อจุดระเบิด  เราไม่ต้องไปดูตรง I   R  หรือ t หรอก ดูแต่ด้านข้างหม้อจุดเถอะ เขาเขียนวิธีใช้ไว้แล้ว

 

วิจารณ์  

1.    หลายครั้งเมื่อจุดระเบิดแล้ว มันไม่ระเบิด ความกระสับกระส่ายก็เกิดขึ้นว่า เป็นสายเมนขาดแก๊ปดอกด้าน หรือหม้อจุดระเบิดเสีย

2.    อันดับแรก โปรดดูว่าหม้อจุดโตพอหรือไม่ ในวงจรที่ต่อไว้แล้วนั้น

 

กรณีที่ 20                        เมื่อจุดระเบิดแล้วไม่ระเบิด  จะต้องทำอย่างไร

 

                ก่อนต่อวงจรระเบิดเข้ากับสายเมน โฟร์แมนจะต้องใช้โอห์ม มิเตอร์วัดวงจรเสียก่อน เมื่อใช้แล้วได้จึง-ค่อยต่อสายเมน  จากนั้นจึงใช้โอห์ม มิเตอร์ เช็ควงจรรวม ที่ปลายสายเมนอีกครั้ง ถ้า OK. ก็ระเบิดได้

 

                บ่อยครั้ง ที่พบว่ากดระเบิดแล้วไม่ระเบิด เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ต้องปลดสายเมนออกจากหม้อจุดระเบิดก่อน แล้วไปปลดวงจรระเบิด ออกจากสายเมนอีกด้านหนึ่ง

 

                เมื่อเช็ควงจรระเบิดซ้ำ ซึ่งปกติมักไม่มีปัญหา เพราะมันถูกเช็คมาแล้วครั้งหนึ่ง ผนวกสายไฟ 2 เส้น ของสายเมนด้านหนึ่งเข้าด้วยกัน และเช็คด้วยโอห์ม มิเตอร์ อีกครั้งหนึ่ง  ถ้า OK. จะอ่าน OHM METER ได้ใกล้ศูนย์  ถ้าไม่ OK. เข็มจะไม่ขึ้น [ INFINITY ]  ต้องเปลี่ยนสายเมน

 

                สายเมนมักจะมีปัญหาคือ อาจถูกหินหล่นใส่ทำให้ขาดอยู่ภายใน ลวดที่ขาดแล้วแต่ยังแตะกันอยู่ทำให้เข้าใจผิดว่ายังดี เพราะเช็คด้วย โอห์ม มิเตอร์แล้วขึ้น

 

                มี พ.. 2528 เหมืองใต้ดินแร่สังกะสี ที่จังหวัดกาณจนบุรี หลังจากได้หยุดกิจการไปแล้วนานปี ก็ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกโดยการร่วมทุนระหว่างไทย กับต่างประเทศ ในการเปิดกิจการได้มีพิธีจุดระเบิด ใน2หน้างาน เพื่อความเป็นศิริมงคล โดยประธานฝ่ายคนไทย 1 หน้างาน และประธานฝ่ายฝรั่งอีกหนึ่งหน้างาน

 

                หลังจากกล่าวสุนทรพจน์แล้ว ประธานคนไทยก็จุดระเบิดทันที ก็ OK.

ครั้นถึงฝ่ายประธานฝรั่งจุดบ้าง… เงียบ !!!

 

วิจารณ์   สายเมนระเบิดไม่น่าทำพิษเลย  หน้าแตกกันตั้งแต่ ประธานลงมายังโฟร์แมนทีเดียว

 

กรณีที่ 21                        การใช้แก๊ปต่างยี่ห้อกันในวงจรเดียวกัน

                ในคู่มือการใช้วัตถุระเบิดทุกเล่ม ต่างบอกไว้เป็นเสียงเดียวกันว่า ห้ามใช้แก๊ปต่างยี่ห้อกัน ในวงจรเดียวกัน ทั้งนี้เพราะว่าแก๊ปชนิดใดชนิดหนึ่ง ย่อมต้องการพลังงานจำนวนหนึ่งไปเผาไส้ขดลวดให้ร้อนจนจุดสารเผาไหม้ได้ แก๊ปแต่ละชนิดจะต้องการพลังงานที่ไม่เท่ากัน แต่เมื่อมันอยู่ในวงจรเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวงจรอนุกรม  มันจะได้รับกระแสเท่ากันกล่าวคือ

 

                แก๊ปชนิดที่ 1          ได้พลังงาน         =                I2 R1  t  

                แก๊ปชนิดที่ 2          ได้พลังงาน         =                I2 R2  t

 

ในเวลาชั่วขณะหนึ่ง แก๊ปชนิดที่1 ได้รับพลังงานเพียงพอแล้ว ( =  t  เพียงพอแล้ว ) มันก็จะระเบิด

 

                แต่สำหรับแก๊ปชนิดที่2 มันยังต้องการพลังงานมากกว่านั้น คือ ต้องการ t  มากขึ้น จึงจะระเบิดได้

 

                เมื่อแก๊ปชนิดที่1 ระเบิดแล้ว วงจรก็ขาด  เป็นเหตุให้แก๊ปชนิดที่2 ได้รับพลังงานไม่พอ จึงไม่ระเบิด

 

                ใน พ.. 2530       ที่เหมืองสังกะสี จังหวัดกาญจนบุรี ในขณะนั้นมีแก๊ปต่างชนิด ต่างยี่ห้อในสต๊อกมาก  และการระเบิดจำเป็นต้องใช้ แก๊ปไฟฟ้าหลายเบอร์ ในการระเบิด ROUND หนึ่งต้องใช้ระเบิดมากกว่า

100 ดอก ปัญหาเรื่องหม้อจุด  [ BLASTING MACHINE] ไม่มี เพราะมันมีขนาดใหญ่พอ

 

                เขาได้ต่อวงจร อนุกรม ในแก๊ปกันนั้น ปรากฎว่า มันระเบิดเฉพาะแก๊ป ที่เป็นยี่ห้อเดียวกัน อีกยี่ห้อหนึ่งไม่ระเบิด  ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นอันมาก

 

                คณะวิศวกร และโฟร์แมนได้ปรึกษากัน แล้วลงความเห็นว่า ให้ต่อแบบผสม กล่าวคือแก๊ปชนิดเดียวกัน ให้เข้าวงจรอนุกรมกัน  เมื่อใช้แก๊ป 2 ชนิด จึงมี2 วงจรอนุกรม แล้วเอาแต่ละวงจรอนุกรม เข้าไปที่ปลายสายเมน

เดียวกัน การต่อชนิดนี้เรียกว่า อนุกรม - ขนาน การระเบิดก็บังเกิดความสำเร็จ

วิจารณ์

1.    เพราะหม้อจุดโตพอ ไม่มีปัญหา เรื่องการจ่ายพลังงานของหม้อจุด

2.   กระแสที่จ่ายออกจากหม้อจุดแยกไปยัง 2 วงจรอนุกรมด้วยกระแสที่ไม่เท่ากันเป็น I1  และ    I2

3.   ทั้ง  I1  และ    I2 ในวงจรผสม มีค่ามากกว่า  I  ในวงจรอนุกรมล้วน

4.   พลังงานที่แก๊ปได้รับเพียงพอทั้ง 2 วงจรอนุกรม คือ I12 R1 t และ I22 R2 t

5.   อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่จำเป็นก็ควรใช้เฉพาะแก๊ปยี่ห้อเดียวกัน ในวงจรระเบิด

                ทั้งหมดนี้คือ ตัวอย่างการใช้วัตถุระเบิด ที่ได้มาจากประสบการณ์ ขอให้ท่านเลือกนำไปใช้ ให้เหมาะสม

กับงานของท่าน หากมีปัญหา ข้าพเจ้ายินดีให้คำแนะนำ เท่าที่ข้าพเจ้าทราบ  โดยโทรติดต่อ

 

นายณัฐ สุขสงวน              01 - 6208937  และ 02 - 6914347

ขอให้ท่านโชคดี  และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน                 สวัสดี